มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่  8  เมษายน  2554

100 ปีกรมศิลปากร น่าจะแบ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญๆได้ 2 ช่วง

50 ปีแรก ตั้งแต่ พ.ศ. 2454-2503 มี 2 ระยะ คือ

ก่อน 2475 ทำงานสนองการเมืองสมบูรณาญาสิทธิราชย์

หลัง 2475 ทำงานสนองการเมืองประชาธิปไตยแบบราชาชาตินิยม

50 ปีหลัง ตั้งแต่ พ.ศ. 2503 ถึงปัจจุบัน ทำงานสนองเศรษฐกิจการเมืองประชาธิปไตยแบบราชาชาตินิยม มี 2 ระยะ คือ

ระยะแรก ระหว่าง พ.ศ. 2503-2511 งานก้าวหน้าสูงสุดได้รับยกย่องเป็นศูนย์กลางทาง“ศิลปวิทยาการ”

ระยะหลัง ระหว่าง พ.ศ. 2511-ปัจจุบัน งานมีคุณภาพลดลงจากเดิม

ระหว่าง พ.ศ. 2503-2511 กรมศิลปากรมีผลงานวิชาความรู้ก้าวหน้าสูงสุดเกือบทุกด้าน

โดยเฉพาะด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีก้าวหน้ามาก ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางวิชาความรู้ทั้งประเทศ เช่น

ผลของการขุดค้นทางโบราณคดีที่บ้านเก่า จ. กาญจนบุรี ทำให้มีการศึกษาค้นคว้าเรื่องคนไทยมาจากไหน? อย่างกว้างขวาง ในที่สุดต้องยกเลิกความเชื่อเก่าที่ว่า คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต

ผลของการขุดค้นทางโบราณคดีที่เมืองอู่ทอง จ. สุพรรณบุรี ทำให้รู้ว่าพระเจ้า          อู่ทองที่สร้างกรุงศรีอยุธยา ไม่เคยอยู่เมืองอู่ทอง แล้วมีการศึกษาค้นคว้าต่อมาจึงรู้ว่า พระเจ้าอู่ทองมาจากเมืองละโว้ จ. ลพบุรี

ผลของการขุดค้นทางโบราณคดีในอีสาน เช่น โนนนกทา(ขอนแก่น), บ้านเชียง (อุดรธานี), กับในภาคกลาง เช่น ดอนตาเพชร(กาญจนบุรี) ทำให้รู้ว่าภูมิภาคนี้มีเทคโนโลยีถลุงโลหะในระดับสูง แล้วมีการจัดตั้งทางสังคมเป็นระดับเมืองและรัฐขนาดเล็กแล้ว ก่อนจะติดต่อกับชมพูทวีป(อินเดีย) ดังนั้นที่นักปราชญ์ตะวันตกบอกว่าก่อนรับอารยธรรมอินเดียยังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนจึงไม่เป็นความจริง

ยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากที่แสดงความก้าวหน้าทางวิชาความรู้ของกรมศิลปากร           จนเป็นศูนย์กลางทาง“ศิลปวิทยาการ”ของสยามประเทศไทย แล้วเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ

แต่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่กรมศิลปากรไม่ได้“ดึง”ความก้าวหน้าออกมาแบ่งปันวิชาความรู้สู่สาธารณะให้เป็นที่รู้กันในช่วงฉลอง 100 ปีแห่งการสถาปนา

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติวรรณคดีสโมสรขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2457 เพื่อค้นคว้าและเผยแพร่ความรู้ทางหนังสือ ทั้งพระราชทานพระราชลัญจกรพระคเณศให้เป็นตราสำหรับวรรณคดีสโมสรด้วย

พระราชลัญจกรพระคเณศองค์นี้เป็นที่มาของพระคเณศซึ่งกรมศิลปากรใช้เป็นดวงตราประจำกรม  มาจนถึงทุกวันนี้

พระคเณศเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาการ ผู้อำนวยความสำเร็จในกิจการต่างๆ มีนามอื่นอีกหลายนาม เช่น พระพิฆเนศ แปลว่า ผู้เป็นใหญ่เหนืออุปสรรค พระสิทธิธาดา แปลว่า ผู้อำนวยความสำเร็จ

พระคเณศเป็นเทพเจ้าที่ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะเคารพบูชาอย่างยิ่ง หนังสือวรรณคดีโบราณของอินเดีย ตอนต้นจะต้องมีคำบูชาพระคเณศ เพื่อขอให้บันดาลความสำเร็จแก่หนังสือเล่มนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระราชลัญจกรพระคเณศเป็นดวงตราประจำวรรณคดีสโมสร

ต่อมากรมศิลปากรใช้ตราพระคเณศเป็นดวงตราประจำกรม มีวงกลมล้อมรอบพระคเณศ

โสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร

หนังสือที่ระลึกกรมศิลปากรที่ผู้มีจิตเมตตากรุณาส่งมาให้อ่าน ไม่มีประเด็นความก้าวหน้าที่ยกมานั้น คงมีแต่เนื้อหารกรุงรังเหมือนทุกปีที่แจกไปก็ไม่มีคนอ่าน

ส่วนที่มีสาระที่สุดของหนังสือที่ระลึกคือความเป็นมาของตรากรมศิลปากร            รูปพระคเณศ

แต่เหตุเพราะคุณภาพของคนทำหนังสือลดลง ทำให้ไม่รู้ว่าควร“ดึง” ความสำคัญตรงไหนออกมาขยายให้เห็นชัดๆ

fluoxetine price increase lexapro generic buy}