Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่  8   มีนาคม  2554

พื้นที่ป่าเขา จ. เลย เป็นต้นน้ำป่าสัก ไหลผ่าน จ. เพชรบูรณ์, จ. ลพบุรี,            จ. สระบุรี, จ. อยุธยา แล้วรวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ที่หน้าวัดพนัญเชิง

พิจารณาอีกทางหนึ่งก็คือ ในสมัยโบราณแม่น้ำป่าสักเป็นเส้นทางคมนาคมจากภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขึ้นไปสัมพันธ์เกี่ยวดองกับบ้านเมืองในดินแดนสองฝั่งโขงทางเชียงคาน และ ฯลฯ

ลาวหลวงพระบาง ใช้เส้นทางน้ำโขงลงเมืองเลย เข้าสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนทางอุตรดิตถ์, พิษณุโลก แล้วลงตอนล่างทางลุ่มน้ำป่าสักถึงสุพรรณบุรี, อยุธยาก็ได้

ผลของการเคลื่อนย้ายตามเส้นทางดังนี้ ทำให้มีลาวหลวงพระบางตั้งหลักแหล่งทางลุ่มน้ำเลย กลายเป็นชาวเลย พูดสำเนียงเลยหลวงพระบาง ต่างจากลาวอีสานทั่วไป

คำว่า “เลย” แปลว่าอะไร? หมายถึงอะไร? ยังไม่รู้ แม้มีผู้พยายามอธิบายหลายทาง แต่ฟังแล้วไม่จุใจ ขอเชิญชวนให้ช่วยกันค้นหาร่องรอยมาอธิบายต่อไปอีก

คุณบำเพ็ญ ไชยรักษ์ สาว “ญ้อ” เมืองสกลนคร กรุณาเอาเอกสารมาฝากเกี่ยวกับพิษภัยของเหมืองแร่ เมืองเลย จะขอคัดข้อความสำคัญๆ มาให้อ่านดังนี้

ทรัพย์ในดิน

หากเป็นเมื่อก่อน คนเลยคงจะรู้สึกสุขใจที่ได้เป็นเจ้าของผืนดินที่อุดมไปด้วยสินแร่ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ ทองแดง เหล็ก สังกะสี ถ่านหิน พลวง          แบไรต์ แมงกานีส ยิปซัม รวมถึงหินปูน

เมื่อไม่นานมานี้ คนเลยจำนวนหนึ่งกลับรู้สึกว่ามันเป็นทุกขลาภ เพราะแร่หลายชนิดมีความสมบูรณ์มากพอที่จะดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ ‘เลย’ จึงเป็นที่หมายปองของนักธุรกิจเหมืองแร่ทั้งในและต่างประเทศ

แม้ว่าแร่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตได้อย่างสะดวกและสบาย แต่เหมืองแร่ก็เป็นกิจการที่อันตรายต่อสุขภาพมากที่สุด

ข้อควรรู้อีกอย่างหนึ่งคือ สินแร่เหล่านี้แท้จริงแล้ว หาได้เป็นของคนเลยไม่ หากแต่เป็นของรัฐ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายแร่

และแม้ว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับจะรับรองสิทธิของชุมชน ในการมีส่วนร่วมตัดสินใจให้ใบอนุญาตสัมปทานแหมืองแร่ในหลายขั้นตอน แต่ในทางปฏิบัติ ภาพและเสียงของสิทธินั้น ก็พร่ามัวและแผ่วเบา จนแทบจะไม่มีใครได้เห็น ไม่มีใครได้ยิน”

อย่ายอมให้เหมืองแร่เมืองเลย พาคนเมืองเลยไปตาย

ภาพนี้ชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน ใน อ. วังสะพุง จ. เลย เดินขบวนต่อต้านการทำเหมืองแร่ทองคำ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2553 (ภาพจากสื่อเสรีเลย http://linkloei.com)

“ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับเหมืองทองคำ จ. เลย สวนทางเป็นอย่างยิ่งกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดที่กำหนดให้จังหวัดเลยเป็น

‘เมืองน่าอยู่ เมืองแห่งการท่องเที่ยวและลงทุน ภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืน’

เมืองเลยจะเป็นเมืองที่น่าอยู่ และเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวได้อย่างไร หากเรายังพบว่ามีโลหะหนักปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ จนผู้คนไม่สามารถดื่มกินได้ ชาวบ้านพากันเจ็บป่วย ทั้งยังต้องเผชิญกับกองทัพเหมืองที่กำลังรุกคืบเข้ามา จนมีคนตั้งคำขวัญใหม่ให้กับเมืองเลยว่า

‘เมืองแห่งซากภูเขา สุดหนาวไซยาไนด์ โรคภัยไข้เจ็บ ฝุ่นละอองและสารพิษ คุณภาพชีวิตที่เสื่อมโทรม’

การลงทุนที่เป็นทุกขลาภเช่นนี้จะนำพาเมืองเลยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างไรกัน…

เหมืองแร่เมืองเลย ในที่สุดพาคนเมืองเลยไปตาย