Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่  30   มีนาคม  2554

ประเทศไทยมีป้ายหลากหลายรูปแบบมากที่สุดในโลก

นี่เป็นข้อสรุปในหนังสือ “เมืองบ้าป้าย ไฮเวย์สกปรก บ้านเมืองรกรุงรัง” โดย นิธิ สถาปิตานนท์ ศิลปินแห่งชาติ (เล่มละ 350 บาท ที่ผมซื้อจากร้านหนังสือในห้าง แต่ไม่เคยเห็นวางขายนอกห้าง)

ที่สรุปอย่างนั้น มีคำอธิบายเพิ่มเติมว่าเพราะมีทั้งป้ายถูกกฎหมาย และไม่ถูกกฎหมาย โดยเฉพาะที่ไม่ถูกกฎหมายมีจำนวนมากกว่าที่ถูกกฎหมาย

“ป้ายก็ยังมีหลายรูปแบบ หลายขนาด บางป้ายมีความยาวนับได้ร่วมร้อยเมตร

ยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีด้านการสื่อสารกำลังเฟื่องฟูและยังไม่มีการควบคุม คนออกแบบ คนทำโฆษณาก็ยิ่งสนุกสนานกันใหญ่ ทำให้เราได้เห็นป้ายโฆษณาในทุกรูปแบบ หลากหลายเทคนิค มีทั้งภาพเคลื่อนไหว ภาพเชิงซ้อนสีสันหลากหลาย แสงเสียงเจิดจรัสกันทั้งเมือง

จนทำให้ประเทศของเราได้รับการขนานนามว่าเป็น‘เมืองบ้าป้าย’ บดบังความเป็นตัวตนของเมืองเราจนหมด ปกปิดศิลปวัฒนธรรมของเราโดยสิ้นเชิง”

“คนไทยเราติดป้ายกันสนุกสนาน บนอาคารอนุรักษ์ของชาติ…ก็ยังไม่ละเว้น” ในหนังสือเมืองบ้าป้ายฯ อธิบายว่า

มีอาคารอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ควรมีป้ายใดๆขึ้นไปติดหรือไปบดบังความสวยงามของงานสถาปัตยกรรม แต่เจ้าของอาคารหรือผู้ที่เข้าไปอยู่เข้าไปใช้อาคารไม่เข้าใจ ไม่ใส่ใจ หรือไม่สนใจในคุณค่าของอาคารนั้นๆ

อาคารที่ว่านี้ก็คืออาคารที่ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นอาคารอนุรักษ์ของชาติ ซึ่งก็มีอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ

บางแห่งก็เป็นอาคารตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ที่ยังถูกใช้งานในการทำธุรกิจการค้า อาคารจึงถูกปกคลุมด้วยป้ายโฆษณาสินค้า จนไม่เหลือคราบของอาคารอนุรักษ์ของชาติให้ได้เห็นกัน—–

ภาพที่ไม่ชวนมองเหล่านี้พบได้ในหลายๆ เมือง ทั้งที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต ลำปาง ฯลฯ

นับประสาอะไร—กำแพงโบราณมีใบเสมาของมหาวิทยาลัยแถวท่าช้างวังหลวงยังมีป้ายสกปรกรกรุงรัง

รั้วเหล็กโรงละครแห่งชาติที่เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าก็เต็มไปด้วยป้ายไร้รสนิยม

ป้ายชื่อสถานที่ราชการ เช่น โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, กระทรวง, กรม, ฯลฯ มีขนาดใหญ่แสดงอำนาจนิยม

โรงเรียนบางแห่งลงทุนทำป้ายชื่อด้วยเงินนับล้าน แต่ไม่มีห้องสมุด แม้มีห้องสมุดก็ไม่มีหนังสือทันสมัยให้นักเรียนนิสิตนักศึกษาอ่าน

ป้ายคำขวัญ เป็นอีกประเภทหนึ่งของเมืองบ้าป้ายที่ต้องการแสดงให้คนทั่วไปรู้ว่าบ้านเมืองนั้นมีดีดังคำขวัญที่เขียนป้ายนั้น

แต่แท้จริงแล้วที่ต้องมีป้ายคำขวัญเพราะมีปมด้อยว่าบ้านเมืองนั้นไม่ได้เป็นอย่างคำขวัญนั้นต่างหาก

ยิ่งมีป้ายคำขวัญสกปรกรกรุงรัง ก็เท่ากับยิ่งประจานบ้านเมืองนั้นว่าแท้จริงแล้วมีพฤติกรรมตรงข้ามป้ายคำขวัญ