Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่  31   มีนาคม  2554

โบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า (อยู่บริเวณเดียวกับโรงละครแห่งชาติ เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ใกล้สนามหลวง) เริ่มสร้างในรัชกาลที่ 3 เสร็จในรัชกาลที่ 4 แล้วโปรดให้เขียนจิตรกรรมฝาผนังเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์

หลังจากนั้นทางราชการสร้างอาคารสถานที่ปิดล้อมเบียดบังโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า เช่นเดียวกับที่ทำต่อพระปรางค์ วัดอรุณฯ และโลหะปราสาท วัดราชนัดดา

พระปรางค์ วัดอรุณฯ สร้างในแผ่นดินรัชกาลที่ 2 แต่เป็นงานช่างอัจฉริยะ     ฝีพระหัตถ์รัชกาลที่ 3 เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์

เคยมีอาคารกรมการค้าภายใน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วบังพระปรางค์วัดอรุณฯ ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ทางการก็ย้ายกรมฯไปที่อื่นแล้วรื้ออาคารนั้นลง จึงเป็นพื้นที่โล่งว่าง มองเห็นพระปรางค์วัดอรุณฯอยู่ฝั่งตรงข้ามโดดเด่นชัดเจน

โลหะปราสาท วัดราชนัดดา เริ่มสร้างในแผ่นดินรัชกาลที่ 3 แต่ไม่สำเร็จ คงเหลือให้เห็นเป็นอาคารก่อด้วยศิลาแลงเก่า (ขนมาจากเมืองศรีสัชนาลัย สุโขทัย) เฉพาะที่เห็นทุกวันนี้ฉาบอิฐถือปูนใหม่ทั้งหมด

เคยมีศาลาเฉลิมไทย ตรงหัวมุมถนนมหาไชย เชื่อมถนนราชดำเนินกลาง เชิงสะพานผ่านฟ้า บังโลหะปราสาท วัดราชนัดดา ทางการรื้อศาลาเฉลิมไทยให้กลายเป็นลานเจษฎาบดินทร์ พื้นที่โล่งว่างมองเห็นโลหะปราสาท

แต่เหตุใดกระทรวงวัฒนธรรมจึงเลือกอนุมัติงบประมาณก้อนโต ปรับปรุงอาคารเก่าหอประชุมวิทยาลัยนาฏศิลปให้เป็นโรงละครวังหน้า ในบริเวณเดียวกับโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า บังโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า

หรือเห็นว่าโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า ด้อยค่ากว่าโลหะปราสาท วัดราชนัดดา และโรงละครวังหน้ามีค่ากว่าโรงละครเฉลิมไทย? จะเอาอย่างนั้นหรือ?

อาคารเก่าหอประชุมวิทยาลัยนาฏศิลปเดิม ไม่ควรอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกสร้าง และถือเป็นสิ่งบกพร่องผิดพลาดที่รัฐบาลยุคเผด็จการฟาสซิสม์ล้าหลังคลั่งชาติอนุญาต          ให้สร้าง

ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตนักเรียนช่างศิลป์ เคยเรียนที่นี่ย่อมรู้ดีว่าอาคารเหล่านั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม ที่สร้างทัศนะอุจาดให้บริเวณโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า

ทุกคนที่เห็นล้วนถูก“น้ำท่วมปาก” แต่รู้สึกตรงกันว่า ควรรื้อทิ้ง แล้วเปิดหน้ากว้างให้เห็นโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า และคุณค่าที่ซ่อนอยู่ข้างใน เช่น จิตรกรรมฝาผนังประวัติพระพุทธสิหิงค์, ฯลฯ

ทุกคนหวังว่าเมื่อย้ายการเรียนการสอนด้านดนตรีและนาฏศิลป์ไปแห่งใหม่ใหญ่โตโอ่อ่ากว้างขวางที่ศาลายา นครปฐม ก็ควรรื้ออาคารอุจาดเหล่านั้นให้หมดไปเสียที

แต่แล้วไม่เป็นตามที่ควรจะเป็น เพราะ“วัฒนธรรมอำนาจ”ของผู้มีอำนาจในกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ยอมฟังใคร

ผู้เขียนคำชี้แจงเลยพยายามอ้างอิง “อำนาจ”ต่างๆ (มติชน ฉบับวันพฤหัสบดี         ที่ 17 มีนาคม 2554)  เพื่อปกปิดความจริงในสิ่งที่“ดีแต่พูด good but mouth” แล้วทำอย่าง“สองมาตรฐาน”

เพราะโรงละครวังหน้า เบียดบังโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้าจริงๆ โดยผู้มีอำนาจวัฒนธรรมอนุมัติงบฯให้ทำลายโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้าจริงๆ

ขอป่าวร้องให้พากันไปดูให้เห็นกับตาตัวเองได้ทุกวัน แล้วขอให้ช่วยกันตะโกนโพนทะนาก้องฟ้าก้องดินว่า

รัฐบาลสองมาตรฐานที่ดีแต่พูดนั่นแหละ—ทำลายโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า