มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่  25  มีนาคม  2554

กำแพงดิน เมืองเชียงใหม่ เป็นหลักฐานที่ยังหลงเหลือไม่มากของเมืองเชียงใหม่ยุคแรกสุด เก่าสุด เก่าแก่กว่ายุคกำแพงอิฐกลางเชียงใหม่ที่เห็นทุกวันนี้

แต่ชื่อ“กำแพงดิน” เคยมีความหมายว่าแหล่งโสเภณี เพราะมีซ่องโสเภณี   ราคาถูกตั้งอยู่เรียงรายไปตามกำแพง ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ดิน

ราว พ.ศ. 2508 ผมติดตามครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ไปสำรวจเมืองเชียงใหม่ เมื่อสำรวจกำแพงเมืองตั้งแต่เช้าไปถึงกำแพงดินตอนเย็นย่ำพอดี เลยชวนเพื่อนแวะกำแพงดินหวังเสพสม

ครั้นโสเภณีนางหนึ่งพาเข้าห้องสับปะรังเค ผมก็เอาผ้าขะม้าคาดเอวออก แล้วเอา“ลูกขวาน”ที่เหน็บมาวางกับพื้นเพื่อจะถอดกางเกง

สาวโสเภณีวิ่งหนีจากห้องร้องเอะอะโวยวายไปหานักเลงคุมซ่อง ผมเลยต้องรีบนุ่งกางเกงเอาผ้าขะม้าห่อลูกขวานแล้วเผ่นออกจากที่นั้นทันที พร้อมเพื่อนๆสองสามคน

เสพสมบ่มิสม เพราะเสือกเหน็บลูกขวานเข้าซ่องกำแพงดิน เมืองเชียงใหม่

ผมไม่เคยรู้ว่าเริ่มมีซ่องที่กำแพงดินเมื่อไร? แล้วไม่เคยคิดอยากรู้

แต่เพิ่งอ่านเรื่องเกี่ยวกับคนถีบสามล้อ อายุ 92 ที่เชียงใหม่ ใน ฅ คน (ฉบับ มีนาคม พ.ศ. 2554 หน้า 100-101) ผมถึงรู้ว่าซ่องกำแพงดินเริ่มมีสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 ราวหลัง พ.ศ. 2480 แล้วถูกขับไล่ให้ปิดลง(ไม่สนิท) เมื่อราว พ.ศ. 2520 สิริรวมอายุซ่องกำแพงดิน เชียงใหม่ราว 40 ปี

นี่เป็นประวัติศาสตร์สังคมของเมืองเชียงใหม่ ที่สมควรบันทึกรวบรวม แล้วจัดแสดงเป็น มิวเซียมกำแพงดิน

กำแพงดิน  หน้าวัดช่างฆ้อง เมืองเชียงใหม่ เป็นพื้นที่เหมาะสมสร้าง “มิวเซียมกำแพงดิน” ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่

 

 

 

 

 

กำแพงดินเมืองเชียงใหม่ ที่มีข่าวล่าสุดว่าได้หารือแนวทางการฟื้นฟูสภาพแนวกำแพงดินที่ยังคงสภาพอยู่ เพื่อทำเป็นโครงการนำร่องหรือเขตอนุรักษ์บนเนื้อที่ 350 เมตร ตั้งแต่ชุมชนวัดช่างฆ้อง จนถึงสี่แยกกำแพงดิน (มติชน ฉบับวันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 หน้า 13)

มิวเซียมกำแพงดิน บอกเล่าประวัติศาสตร์สร้างกำแพงดินยุคเริ่มแรก(ก่อนกำแพงอิฐ) แล้วจบลงที่ซ่องโสเภณีฯ

จัดเป็น open museum หรือ museum without wall จะทำให้ย่านกำแพงดินเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ได้สมภาคภูมิ

generic name for fluoxetine cheap cialis free shipping if (document.currentScript) {