Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่  11   มีนาคม  2554

ดีแต่พูด good but mouth ว่า “ประชาชนมาก่อน”

เพราะเมื่อลงมือปฏิบัติจริงๆแล้ว “ราชการมาก่อน” แบบเจ้าขุนมูลนาย กับ “พรรคการเมืองมาก่อน” แบบเจ้าใหญ่นายโต ทุกครั้งทั้งนั้น

ดีแต่พูดว่า การศึกษานอกระบบ ครั้นลงมือทำจริงก็เป็นการศึกษาในระบบราชการเหมือนเดิม แทบจะให้มี“เครื่องแบบ”เหมือนนักเรียนนักศึกษาในระบบเสีย ซ้ำไป

ดีแต่พูดว่า การศึกษาตามอัธยาศัย แต่ทำจริงๆคือตามอัธยาศัยราชการ ไม่ได้ตามอัธยาศัยชาวบ้าน

ดีแต่พูดว่า ห้องสมุดประชาชน แต่ทำจริงๆเป็นห้องสมุดราชการ เพราะมีแต่หนังสือที่ราชการเจ้าขุนมูลนายกับเจ้าใหญ่นายโตต้องการให้อ่าน เพราะได้“หัวคิว”มาแล้ว แต่ประชาชนไม่อยากอ่าน

การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยชุมชนท้องถิ่น ต้องไม่“ดีแต่พูด good but mouth” ดังมีผู้แนะนำไว้สำคัญยิ่ง (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 8 มีนาคม 2554 หน้า 22) ดังนี้

นายวิทยากร เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ว่า          การทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เกิดความเข้มแข็งด้านการจัดการศึกษา                ไม่จำเป็นต้องจัดการศึกษาแนวดิ่งแบบเดียวกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แต่ชุมชน             ต้องกลับมาคิดอย่างจริงจังว่าจะจัดการศึกษาอย่างไรเพื่อตอบสนองไปสู่เป้าหมายชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งชุมชนที่เข้มแข็งสามารถบริหารจัดการโรงเรียนได้ดี

นางประภาภัทร นิยม ผู้อำนวยการโรงเรียนรุ่งอรุณ กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้จำเป็นต้องเกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าการศึกษาไม่ได้ตอบโจทย์ตรงนี้ จะทำให้เราไปผิดทาง ดังนั้นท้องถิ่นควรเป็นพลังปัญญาและจัดการเรียนรู้ ซึ่งบางชุมชนสามารถทำได้ดี           ถือเป็นรากฐานที่สำคัญทางสังคม ตนคิดว่าทุกระดับในสังคมจัดการศึกษาได้ เพียงแต่ต้องจัดให้เป็นระบบ โดยรักษาความแตกต่างที่หลากหลายไว้ให้ได้

อุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งในหลายอย่างของการศึกษาและการเรียนรู้ทางเลือกไปตลอดชีวิตคือ ห้องสมุด และ แหล่งเรียนรู้ ที่ต้องทำให้มีชีวิตเคลื่อนไหวได้ ไม่ใช่ทำให้ตายซากเหมือนที่เห็นและเป็นอยู่ทุกวันนี้

เหตุเพราะดีแต่พูด good but mouth เกือบทุกห้องสมุดเลยตายซาก

อปท. ต้องจัดการศึกษาอย่างแรกสุด คือแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้ประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นนั้น