มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่  21   กุมภาพันธ์  2554

 

สังคมไทยต้องการห้องสมุดมีชีวิต กับบรรณารักษ์คลื่นลูกใหม่จริงๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีคำหรูๆ แต่หลอกๆจากรัฐบาล เช่น

การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ ที่ประกาศมานานนับปีตั้งแต่รัฐมนตรีศึกษาคนก่อน ถึงบัดนี้ไม่มีใครพูดถึงอีกแล้ว ลืมแล้ว

ผล การประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านนโยบายและแผนการศึกษา เกี่ยวกับการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ (มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 3 มกราคม 2554 หน้า 22) มีตอนหนึ่งระบุว่า

“รัฐและทุกภาคส่วนระดมความร่วมมือ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อจูงใจให้ทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะผู้มีศักยภาพ, คหบดีของจังหวัด, นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เข้าร่วมขยายกิจกรรมสร้างเสริมนิสัยการอ่านอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง”

มีกรณีตัวอย่างสำคัญมาก คือ ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี” ส่วนมากที่มีในอำเภอและจังหวัด นอกจากไม่คิดจูงใจให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้าร่วมขยายกิจกรรมสร้างเสริมนิสัยการอ่าน

แล้วยังไม่แยแสภาคเอกชนพลเมืองที่มีจิตอาสาหากิจกรรมและหนังสือร่วมสมัยเข้าห้องสมุดเพื่อจูงใจให้คนท้องถิ่นอ่านหนังสือ

อย่างนี้แล้วอีกกี่ร้อยชาติจะสำเร็จ?

ผลประชุมฯอีกตอนหนึ่งบอกว่า

“นำภูมิปัญญาในท้องถิ่น และผู้เกษียณอายุราชการเข้ามามีส่วนร่วมในการระดมทรัพยากร และสร้างกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่าน”

เมื่อครูไม่อ่านหนังสือ และผู้บริหารห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี” ไม่แยแสภาคเอกชนพลเมืองที่มีจิตอาสา

แล้วจะมีสติปัญญาทำอะไรได้ล่ะ? เพราะไม่เคยเอาใจใส่ภูมิปัญญาท้องถิ่น และไม่เคยรู้ว่าท้องถิ่นนั้นๆคืออะไร? มาจากไหน?

มีผู้ศึกษาค้นคว้าทำบอร์ดให้เปล่าๆ ยังไม่สนใจใคร่รู้ แล้วจะเหลือปัญญาตรงไหน?

มีข้อความโฆษณาพร้อมรูปบอกว่า10 ห้องสมุดมีชีวิต 10 บรรณารักษ์คลื่นลูกใหม่ ผู้ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้” (มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 หน้า 7)

สาธุ ขอภาวนาให้เป็นจริง แล้วทำได้จริง จะขอแหนแห่แซ่ซ้องสาธุการให้สุดใจขาดดิ้นfluoxetine trazodone cialis generic