มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่  18   กุมภาพันธ์  2554

กรมศิลปากรมีอายุครบ 100 ปี ควรแก้ไขแล้วชำระประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยให้อยู่ในร่องในรอย แล้วเลิกประวัติศาสตร์บาดหมางสร้างบาดแผลกับเพื่อนบ้านโดยรอบ เพื่อสร้างสำนึกใหม่ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมา

ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยเริ่มต้นที่กรุงสุโขทัย ปลดแอกจากขอม(คือ เขมร)

แค่เริ่มต้นก็เริ่มก่อวิวาทบาดหมาง เริ่มสร้างบาดแผลอย่างวิปลาสคลาดเคลื่อนแล้ว เนื้อหาต่อๆไปยิ่งมากขึ้น

ฉะนั้นไม่ควรยกความเท็จให้เป็นความจริง รีบประกาศตัดทิ้งไปได้แล้ว โดยให้ศึกษาวิจัยกันใหม่

เมืองราดของพ่อขุนผาเมือง กรุงสุโขทัย และรอยเชื่อมในประวัติศาสตร์ไทย ของ พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์โบราณคดีของ             กรมศิลปากร เป็นงานวิจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ไทยและผืนแผ่นดินใหญ่สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ ที่กรมศิลปากร 100 ปี และกระทรวงวัฒนธรรม ควรรายงานให้รัฐบาลรับรู้แล้วเร่งแบ่งปันเผยแพร่สู่สาธารณะให้แก้ไขชำระประวัติศาสตร์แห่งชาติ เพื่อนำไปสู่ชำระประวัติศาสตร์ประชาคมอาเซียน

ประวัติศาสตร์แห่งชาติ ยังหาไม่พบตำแหน่งเมืองราด ของพ่อขุนผาเมือง ที่มีนักวิชาการมหาวิทยาลัยบางคน บอกว่าเคยพบหลักฐานอยู่ในหุบเขา จ. อุตรดิตถ์ ก็มีนักวิชาการระดับสูงหลายท่านกล่าวอย่างเดียวกันว่าน่าจะเป็นเรื่อง“ยกเมฆ” เพราะจนบัดนี้ยังหาหลักฐานมายืนยันไม่ได้

แต่อาจารย์พิเศษพบว่าแท้จริงเมืองราดของพ่อขุนผาเมือง คือเมืองทุ่งยั้ง(เวียงเจ้าเงาะ) ที่ อ. ลับแล จ. อุตรดิตถ์ แล้วยังเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายของตระกูลสิงหนวัติลงมาจากลุ่มน้ำกก-อิง(จ. เชียงราย-จ. พะเยา) แล้วมาตั้งหลักแหล่งหยุดยั้งทางลำน้ำโพที่อุตรดิตถ์นี้

เรื่องเมืองราดของพ่อขุนผาเมือง มีในหนังสือ 2 เล่ม ของ พิเศษ เจียจันทร์พงษ์

(ซ้าย) ศาสนาและการเมืองในประวัติศาสตร์สุโขทัย-อยุธยา พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2545 (ขวา) การเมืองในประวัติศาสตร์ ยุคสุโขทัย-อยุธยา พระมหาธรรมราชา            กษัตราธิราช พิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2553

ผลการศึกษาค้นคว้าวิจัยของอาจารย์พิเศษสอดคล้องกับหลักฐานโบราณคดี เช่น เครื่องมือสัมฤทธิ์แบบฮั่น, กลองทอง(มโหระทึก), ฯลฯ พบที่ลำน้ำโพ กับหลักฐานสมัยหลังต่อมาด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเชื่อมโยงถึงพระแสงขรรค์ชัยศรี กับพระเจ้าอู่ทอง ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 1893 ก็เท่ากับสืบเนื่องถึงปัจจุบัน

ความเป็น“ปราชญ์”ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีไทยของอาจารย์พิเศษ กับผลงานสำคัญเรื่องนี้ สมควรที่กรมศิลปากรจะยกย่องมาเป็นแนวทางแก้ไขประวัติศาสตร์แห่งชาติ โดยเฉพาะยุคสุโขทัย ให้สอดคล้องกับพยานหลักฐานที่เป็นจริงและมีจริง

เสียดายอย่างยิ่งที่“ชุมชนวิชาการ”อันเคยมียุคอธิบดีธนิต อยู่โพธิ์ แต่สูญหายไปจากกรมศิลปากรนานแล้ว จึงอ่านงานวิชาการของอาจารย์พิเศษไม่กระดิก       เลยไม่มีใครรู้ว่ามีนักปราชญ์คนสำคัญอยู่ในกรมศิลปากร เพราะมัวยกย่องคนขี้โกง        ให้มีอำนาจเป็น“ท่านรอง”

fluoxetine birth defects cheap cialis free shipping