มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่  14  กุมภาพันธ์  2554

ตระกูลเขมร กับตระกูลไทย มีบรรพชนร่วมกันเป็นสตรี

ถ้าพูดตามคำคล้องจองยุคหลังก็จะได้ว่าเป็น“พี่น้องท้องเดียวกัน” เพราะมีกำเนิดจากน้ำเต้าปุงชุดเดียวกัน

น้ำเต้าปุงเป็นสัญลักษณ์ของท้องแม่ มีนิทานเล่าว่า

คนพวกแรกเป็นพี่ 2 คน เกิดก่อน มีผิวคล้ำเพราะถูกเหล็กเผาไฟแทงรูน้ำเต้า นับเป็นสัญลักษณ์ตระกูลเขมร-มอญที่มีผิวคล้ำ

คนพวกหลังเป็นน้อง 3 คน เกิดตามทีหลัง ผิวไม่คล้ำ เพราะไม่ถูกเหล็กเผาไฟ แต่ออกตามรูสิ่วแทงน้ำเต้า นับเป็นสัญลักษณ์ตระกูลไทย-ลาว (-เวียดนาม) ที่ผิวไม่คล้ำ

ความสัมพันธ์ฉันเครือญาติพี่น้องท้องเดียวกัน ยังมีพยานยิ่งใหญ่อยู่ในภาพสลัก“ขบวนแห่” บนระเบียงประวัติศาสตร์ที่ปราสาทนครวัด

“ขบวนแห่” นี้มีขึ้นในพิธีกรรมถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ระหว่างกษัตริย์กัมพูชา           (สุริยวรมันที่ 2) กับเครือญาติสนิทชั้นสูง มีบ้านเมืองต่างๆ ที่สำคัญคือ สยาม, ละโว้, ฯลฯ

สยาม คือ เวียงจัน ลุ่มน้ำโขงตอนบน สื่อสารด้วยภาษาไทย-ลาว

ละโว้ คือ ลพบุรี ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง สื่อสารด้วยภาษาเขมร-มอญ ที่มีพัฒนาการต่อไปเป็นกรุงศรีอยุธยา ใช้อักษรเขมร(ขอม) เขียนภาษาไทย แล้วยกย่องภาษาเขมรเป็นราชาศัพท์สืบจนปัจจุบัน

ขบวนแห่ บนระเบียงประวัติศาสตร์ที่ปราสาทนครวัด

(ขวา) “เสียมกุก” ภาพสลักขบวนแห่ของชาวสยามที่ระเบียงทิศใต้ ปีกตะวันตกของปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา เมื่อราว พ.ศ. 1650

“เสียมกุก”Ž เป็นภาพขบวนของชาวสยาม มีแม่ทัพยืนอยู่บนหลังช้าง ไพร่พลชาวสยามสวมเสื้อนุ่งผ้าเรียบร้อย

ภาพสลักนี้ทำขึ้นก่อนมีอยุธยา-สุโขทัย ราว 100 ปี เครื่องแต่งกายตรงกับโคลงท้าวฮุ่ง ท้าวเจือง “มหากาพย์แห่งอุษาคเนย์” ตอนบรรยายเครื่องแต่งตัวของนายบนหลังช้าง

(ซ้าย) “พลละโว้” ภาพสลักขบวนแห่ของกรุงละโว้ อยู่ตามหลัง “เสียมกุก” เครื่องแต่งกายและกิริยาท่าทางของหัวหน้าบนหลังช้างกับพลทหารแห่เข้าขบวน มีลักษณะอย่างเดียวกับประเพณีเขมรโบราณยุคนั้น