มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่  7  กุมภาพันธ์  2554

ดนตรีไทยกับดนตรีสุวรรณภูมิยุคดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ไม่เคยมี 7 เสียงเท่าๆกัน

แต่ปัจจุบันถูกบังคับให้เชื่ออย่างงมงายว่า ดนตรีไทยมี 7 เสียงเท่าๆกัน

อติภพ ภัทรเดชไพศาล เรียนดนตรีสากลจากโซเวียตรัสเซีย แต่ค้นคว้าดนตรีชาติพันธุ์สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์รวมดนตรีไทย แล้วมีความเห็นว่าเสียงในอุดมคติที่เป็นระเบียบเรียบร้อยเท่ากันทุกช่วง จึงเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงในดนตรีไทย

“เสียงในอุดมคตินี้เกิดขึ้นโดยอาศัยฐานคิดแบบตะวันตกเป็นหลักมองดนตรีไทยแล้วเอาไปเปรียบกับวิธีการแบ่งเสียงแบบฝรั่ง

ผลที่ได้จึงกลายเป็นว่า 7 เสียงของดนตรีไทยนี้ต้องเท่ากัน เหมือนกับที่ดนตรีตะวันตกนั้นก็มี 12 เสียงเท่าๆกัน โดยที่ลืมคิดไปว่า ดนตรีตะวันตกนั้นเมื่อก่อนก็ไม่ได้มีเสียงที่เท่ากัน 12 เสียงอย่างทุกวันนี้”

“ความคิดอุดมคติที่ว่าดนตรีไทยมี 7 เสียงเท่ากันนั้นจึงไม่ใช่เรื่องจริง และเป็นเพียงความคิดที่ไปไม่พ้นกรอบคิดแบบอาณานิคม ที่ยกย่องฝรั่งเป็นมาตรฐานหลักเท่านั้น”

ที่ยกมานี้อยู่ในหนังสือดนตรี พื้นที่ เวลา ของ อติภพ ภัทรเดชไพศาล มองการเมือง สังคม และวัฒนธรรมผ่านดนตรี พิมพ์โดย openbooks เล่มละ 120 บาท

อติภพยังเขียนเรื่อง จากเพลงประวัติศาสตร์ยุค “เสียดินแดน” สู่ดนตรีไม่มีเส้นกั้น ไว้อีกว่า

“รัฐสมัยใหม่นั้นต้องการเส้นเขตแดน ในขณะที่ดนตรีนั้นไม่ต้องการเส้นเขตแดน

ความสัมพันธ์ไทย-เขมรที่มีต่อกันผ่านเสียงดนตรีนั้น ที่จริงก็สามารถพบได้ในช่วงก่อนหน้านั้นไม่นานนัก คือในปี พ.ศ. ๒๔๗๓ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เสด็จประพาสอินโดจีน โดยมีหลวงประดิษฐ์ไพเราะตามเสด็จไปเขมรด้วย อันเป็นผลให้หลวงประดิษฐ์ฯ ได้ศึกษาเพลงเขมร และนำสำเนียงเขมรมาสร้างสรรค์เป็นผลงานต่างๆ ในเวลาต่อมาเป็นอันมาก และเพลงเขมรละออองค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ นั้นก็ได้ทรงพระนิพนธ์ไว้ในช่วงนี้นี่เอง

แล้วถ้าจะย้อนไปให้นานกว่านั้น เมื่อความคิดเกี่ยวกับการปักปันเขตแดนยังไม่เกิดขึ้น ดินแดนแถบนี้มีคนเขมรคนไทยเสียที่ไหน? เพราะเครือญาติชาติพันธุ์ต่างๆ นั้นผสมปนเป ข้ามกันไปข้ามกันมา เครื่องดนตรีแบบเกราะ โกร่ง กรับ นั้นบอกไม่ได้เลยว่าเป็นของใครกันแน่ หรืออย่างเช่นระนาดนั้นก็สามารถพบได้ทั่วไปหมด ทั้งในละแวกนี้ไล่ไปจนถึงอัฟริกา

จ้องหน่อง ฆ้อง มโหระทึก เขาควาย เหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องดนตรีที่ไม่เคยมีใครเป็นเจ้าของ ไม่มีชาติ ไม่มีพันธุ์

ยิ่งกรณีของไทยกับเขมรด้วยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตำนานหรือเพลงเก่าๆ ก็ล้วนแล้วแต่ชี้ชัดว่าเราทั้งสองประเทศนั้นเคยเป็นหนึ่งเดียวกัน เขามีเพลงเนียงเนียก เรามีเพลงนางนาค (ซึ่งก็คือเพลงเดียวกัน) เรามีฆ้องวง เขาก็มีฆ้องวงเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นปี่ เป็นกลองทัด หรือแคน มีเหมือนๆ กันทั้งนั้น

เครื่องดนตรีในยุคบรรพกาลเหล่านี้มีแต่จะชี้ให้เห็นว่าเราทั้งหมดล้วนเคยเป็นหนึ่งเดียวกันมาก่อนทั้งสิ้น” ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อไทยยกตนข่มท่าน ว่าเป็นเจ้าของคนเดียว แล้วดีวิเศษคนเดียวเหนือกว่าเพื่อนบ้าน


 

ดนตรีสัมพันธ์กับชีวิตคนตั้งแต่เกิดจนตาย ทุกหนทุกแห่งของโลกมีดนตรี ทั้งในส่วนที่เป็นดนตรีพิธีกรรมและไม่ใช่พิธีกรรม

แต่ดนตรีที่ไม่ใช่พิธีกรรมก็ใช่ว่าจะปราศจากความเป็นพิธีกรรม

การฟังดนตรีคลาสสิคในหอแสดงดนตรีที่บังคับให้ผู้ฟังตั้งใจฟังเงียบๆ ไม่พูดไม่จากันนั้น ที่จริงเป็นเรื่องของมารยาททางชนชั้นชนิดหนึ่ง การฟังดนตรีคลาสสิคในบางแง่มุมจึงไม่แตกต่างไปจากการประกอบพิธีกรรม

fluoxetine buy online uk order ?v gel }