มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่  8  กุมภาพันธ์  2554

โสกไผ่ใบข้าว เป็นเล่มแรก ลมแล้งเริงระบำ เป็นเล่มสอง อีเกิ้งดวงกลม เป็นเล่มสาม ทั้ง 3 เล่ม เป็นงานเขียนมีค่า ฝีมือ จตุพร แพงทองดี ชาว อ. กุฉินารายณ์    จ. กาฬสินธุ์

คนยุคอยุธยา เรียกตัวเองว่า คนไทย แล้วบอกว่าเป็นไทยน้อย หมายถึง ลาวสองฝั่งโขง มีพยานอีกว่าโองการแช่งน้ำแต่งด้วยฉันทลักษณ์โคลงลาวสองฝั่งโขง

ฉะนั้น ใครอยากรู้ว่าวิถีชีวิตประจำวันของคนยุคอยุธยาเป็นอย่างไร ขอให้อ่านงานประพันธ์ ของ จตุพร แพงทองดี ทั้ง  3 เล่ม แล้วจินตนาการเพิ่มเติม ก็จะเข้าใจดีขึ้น

จตุพรสร้างตัวละครหลักเดินเรื่องเป็นเด็กอีสานชื่อ คำดั้ว

“คำ” หมายถึง มีค่า, เป็นที่ยกย่อง ใช้นำหน้าชื่อบุคคล แล้วใช้เป็นคำตามเรียกสัตว์, สิ่งของ เช่น ช้างคำ, ม้าคำ, เฮือนคำ, เสื้อคำ, ฯลฯ

“ดั้ว” หมายถึง สง่า, งาม

ในเล่มโสกไผ่ใบข้าว จตุพรอธิบาย “คำ” อีกความหมายหนึ่งว่า “พื้นดินมีความชุ่มชื้นจากน้ำที่อยู่ข้างล่างผืนดินหรือผืนนาบริเวณนั้น จึงมักมีน้ำขัง หรืออย่างน้อยดินก็ยังเปียกอยู่ในหน้าแล้ง”

“คำ” ตรงนี้มีความหมายเดียวกับ ครำ (น้ำครำ), คร่ำ (น้ำคร่ำ) ที่มีรากจาก “ซัม” หรือ “ซำ” หมายถึงบริเวณที่มีตาน้ำ เช่น ซำเหนือ, ซำหว้า, ซำหวาย, ฯลฯ แล้ว จิตร ภูมิศักดิ์ อธิบายว่าเป็นต้นรากคำว่า สยาม

ผมอ่านงานทั้ง 3 เล่ม ของจตุพรอย่างลื่นไหลได้ความรื่นรมย์จนรู้สึกร่มเย็นเป็นสุข แล้วยังได้ความรู้ด้านนิรุกติศาสตร์ คำท้องถิ่นอีสานที่เป็นต้นเค้าคำไทยแต่ก่อน        และที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

นี่เป็นงานประพันธ์เชิงมานุษยวิทยาวัฒนธรรมยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง

แล้วยังมีค่าทางการศึกษาท้องถิ่นด้านประวัติศาสตร์, ภาษาและวรรณคดี, ฯลฯ อีกด้วยfluoxetine 20 mg buy online valtrex tablet