มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่  3  กุมภาพันธ์  2554

ความสัมพันธ์ไทย-จีน ควรมีตั้งแต่ราว 2,500 ปีมาแล้ว ในยุคสุวรรณภูมิ ที่การค้าโลกเริ่มขยายตัวมาถึงดินแดนสุวรรณภูมิ

2,500 ปีมาแล้ว ยังไม่มีประเทศไทยและจีน ยังไม่มีคนเรียกตัวเองว่าคนไทยและคนจีน แต่ดินแดนและผู้คนที่มีการติดต่อสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันครั้งนั้นล้วนเป็นดินแดนเริ่มแรกของประเทศไทย, จีน กับบรรพชนของชาวไทย, จีน ในปัจจุบัน

หลักฐานเก่าสุด คือ เครื่องมือสำริดสมัยราชวงศ์ฮั่น กับ กลองทองมโหระทึก อายุราว 2,500 ปีมาแล้ว พบที่ม่อนวัดเกษมจิตตาราม คลองโพ ต. ท่าเสา อ. เมือง จ. อุตรดิตถ์

(ซ้าย) เครื่องมือสำริดสมัยราชวงศ์ฮั่น มาจากจีนเหนือ และ (ขวา) กลองทองมโหระทึกสำริด มาจากจีนใต้ พบที่ม่อนวัดเกษมจิตตาราม คลองโพ ต. ท่าเสา อ. เมือง จ.อุตรดิตถ์

หลักฐานเหล่านี้นอกจากยืนยันความสัมพันธ์ไทย-จีนมีมานานราว 2,500 ปีมาแล้ว ยังยืนยันว่าลุ่มน้ำน่านบริเวณนี้อยู่บนเส้นทางการค้าข้ามภูมิภาคที่มีหลักฐานสืบต่อมาอีกนานจนมีพัฒนาการเป็นเมืองราดของพ่อขุนผาเมือง ในประวัติศาสตร์ยุคสถาปนากรุงสุโขทัย

แต่หน่วยงานและสถาบันเกี่ยวข้องด้านนี้โดยตรงไม่ใส่ใจความก้าวหน้าทางวิชาการ มัวแต่อวดอำนาจเป็นใหญ่ฝ่ายบริหารเพราะมีผลประโยชน์สูง เลยทิ้งวิชาความรู้ลงถังขยะหมดแล้ว

การค้าโลกทางทะเลเมื่อราว 2,500 ปีมาแล้ว ตะวันตก (อินเดีย-เปอร์เซีย) แลกเปลี่ยนค้าขายกับตะวันออก (จีน) ต้องแล่นเรือเลียบชายฝั่งผ่านดินแดนสุวรรณภูมิ ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ของอุษาคเนย์

มีดินแดนที่เป็นประเทศไทยเสมือนสะพานแผ่นดิน เชื่อมโยงตะวันตกพบตะวันออก โดยมีคนพื้นเมืองตระกูลภาษาต่างๆเป็น“คนกลาง” คือ ชวา-มลายู, มอญ-เขมร, และไทย-ลาว

ส่งผลให้เกิดบ้านเมืองขนาดใหญ่ หรือรัฐขนาดเล็กขึ้นทางลุ่มน้ำแม่กลอง-ท่าจีน แล้วเอกสารจีนราว 2,000 ปีมาแล้ว เรียกรัฐนี้ว่าจินหลิน หรือกิมหลิน หมายถึงแผ่นดินทอง อยู่ที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี ตรงกับชื่อในเอกสารอินเดีย, ลังกาว่าสุวรรณภูมิ

แสดงว่าจีนยุคนั้นเดินทางไปมาหาสู่เพื่อแลกเปลี่ยนค้าขายในการค้าโลก โดยผ่านบริเวณประเทศไทยทุกวันนี้ ทั้งทางอุตรดิตถ์, สุพรรณบุรี, และบริเวณภาคใต้ เช่น ชุมพร, ปัตตานี, กระบี่, ฯลฯ