Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่  14  มกราคม  2554

เย็นย่ำจนค่ำคืนวันอาทิตย์ผ่านมา ผมไปดูละครชาตรี คณะจงกล โปร่งน้ำใจ ที่สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑ์ พระนคร ซึ่งทำระบบเสียงได้ยอดแย่

มีสูจิบัตรคำบรรยายโดยคณะจงกล โปร่งน้ำใจ บอก 3 เรื่องสำคัญ ดังนี้

1. ละครชาตรี “เป็นละครที่มีมาแต่สมัยโบราณ และมีอายุเก่าแก่กว่าละครชนิดอื่นใด”

ผมเห็นด้วยกับคำอธิบายตรงนี้

2. ละครชาตรี “มีลักษณะเป็นละครเร่ คล้ายของอินเดีย ที่เรียก ‘ยาตรี’ หรือ ‘ยาตรา’ ซึ่งแปลว่า เดินทางท่องเที่ยว”

ประเด็นตรงนี้ ผมไม่เห็นด้วย เพราะลากเข้าความไปหาอินเดีย เพื่อให้ฟังแล้วขลังและศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อดั้งเดิมเท่านั้น

ละครเกิดจากการละเล่นเพลงโต้ตอบของชุมชนชาวบ้านในสุวรรณภูมิเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เริ่มจากขอฝน, แก้บน, แล้วไปอย่างอื่นๆ อีก ไม่ใช่ละครรับจ้าง แต่เป็นละครชุมชนที่เล่นด้วยกันทั้งชุมชน ไม่มีคนดู

เมื่อชุมชนขยายอยู่ในรัฐและอาณาจักรใหญ่ บางชุมชนไม่เล่นละคร ทำให้ชุมชนเล่นละครไปรับจ้างเล่นขอฝน, แก้บนให้โดยได้กินอยู่ฟรีๆ นานเข้ามีผู้เล่นละครเป็นอาชีพบางกลุ่มจึงตระเวนรับจ้างเล่นแก้บนไปตามหมู่บ้านต่างๆที่เรียกกันภายหลังว่า ละครเร่

จะเห็นว่าละครเร่ไม่ใช่กำเนิดละครชาตรี แต่ละครเร่เป็นแค่คนพวกหนึ่งจำนวนไม่มาก ไปเร่รับจ้างเล่นแก้บนขอข้าวกินเท่านั้น3.  โนห์รา มีคำอธิบายว่า “โดยมากในเวลานี้เราเข้าใจว่า ‘โนห์รา’ เป็นแบบแผนการละครของชาวปักษ์ใต้ แต่ความจริงโนห์ราเป็นแบบแผนของกรุงศรีอยุธยาแท้ๆ เป็นแต่เสียงร้องเพี้ยนไปอย่างเสียงคนปักษ์ใต้เท่านั้น ในสมัยต่อมาการละครของกรุงศรีอยุธยาได้ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ทางปักษ์ใต้คงแสดงตามแบบเดิมอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ ดังนั้นถ้าเราใคร่จะดูละครเป็นแบบกรุงศรีอยุธยาในสมัยต้นๆ อย่างแท้จริงก็ต้องดูโนห์รา”

ผมเห็นด้วยกับคำอธิบายตรงนี้ เพราะมีพยานหลักฐานยืนยันมาก

แต่ประเด็น “เสียงร้องเพี้ยนไปอย่างเสียงคนปักษ์ใต้” ขอให้อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า “เพี้ยน” เพราะต้องทำความเข้าใจสำเนียงหลวงครั้งกรุงเก่าเสียก่อนว่าเป็นอย่างไรแน่?

ปัจจุบันเราพูดตาม“สำเนียงบางกอก” แล้วบอกว่าคนอื่นเพี้ยน

แต่ยุคอยุธยาเขาพูดกันด้วย“สำเนียงหลวงกรุงเก่า” ใกล้ไปทางสุพรรณฯ-หลวงพระบางทุกวันนี้ ซึ่งเป็นแนวสำเนียงเดียวกับปักษ์ใต้ คนยุคกรุงเก่า(อาจ)บอกว่า “สำเนียงบางกอก” เพี้ยนมากๆก็ได้

เอาเถอะ ถึงอย่างไรก็ต้องขอยกย่องคณะจงกล โปร่งน้ำใจ ที่มีสมาชิกค้นคว้าศึกษาไม่น้อยถึงเขียนคำบรรยายได้ดีอย่างยิ่ง

อธิบดีกรมศิลปากร ที่กำกับดูแลงานสำนักการสังคีต ควรให้ฝ่ายวิชาการเคลื่อนไหวปรับแก้ข้อมูลความรู้ในกรมศิลปากรที่บกพร่องผิดพลาดให้หมดถึงจะดีเยี่ยมกระเทียมโทน

แต่อย่างแรกสุดต้องเคลื่อนไหวทำประชาสัมพันธ์ให้ทันสมัยด้วยเถิด ว่าเสาร์-อาทิตย์มีอะไรแสดงที่สังคีตศาลา ที่ผ่านมาเหมือนจัดเอง เล่นเอง ดูเอง แล้วหวงไว้ไม่บอกกล่าวใครๆทั้งนั้น

ทุกปีเป็นอย่างนี้ แล้วผมก็เขียนมาวิงวอนร้องขอทุกปีเหมือนกัน

นิยามของผู้คนในหนังสือเล่มนี้

วีรชน : วิ่งวุ่นเพื่อผดุงความยุติธรรม จนอาจเผลอทำความรักที่เรียบง่ายหล่นหาย

คนบ้า : มีหลายแบบ และบางแบบก็แอบซ่อนอยู่ในตัวเรา

นักล่าเงา : ไม่ไร้เดียงสา แต่ห้ามใจไม่ให้หลงใหลรูปรอยจางๆ ที่เรียกว่า “เงา” ไม่ได้จริงๆ

130 บาท