มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่  27   มกราคม  2554

อะไรที่ลงท้ายด้วยคำว่า“ไทย” ล้วนมีปัญหาทั้งนั้น เช่น รถไฟไทย, ดนตรีไทย

รถไฟจากหัวลำโพงไปอรัญประเทศ มีกำหนดเวลาเที่ยวไป 05.55 น. ถึงอรัญ 11.35 น. เที่ยวกลับ 13.55 น. ถึง กทม. 19.55 น.

ผมมีงานต้องไปตรงถนนศรีเพ็ญ ใกล้ๆโรงเกลือ ห่างจากสถานีรถไฟอรัญราว 10 กิโลเมตร เห็นว่าทำธุระได้ทันเที่ยวกลับจึงขออาศัยรถไฟฟรีไปตามกำหนดเวลาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เที่ยวกลับ นั่งรอในโบกี้ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง 13.30 น. จนผ่านไปราวชั่วโมงเศษรถไฟก็ไม่ออกจากสถานี

ไม่มีประกาศว่ารถไฟจะออกจากสถานีเมื่อไร? ทำไมถึงไม่ออกตามเวลา? ฯลฯ

“หัวรถจักรเสีย—กำลังซ่อม” คนเดินขายของบนรถพูดกับผู้โดยสารอื่นๆแล้วผมได้ยิน “ไม่มีใครรู้หรอกจะเสร็จเมื่อไร ถามใครก็ไม่รู้ บอกไม่ได้”

อีกนานรถไฟถึงออกจากสถานีอรัญประเทศ แต่ไปจอดเสียกลางทางเป็นระยะๆสม่ำเสมอ

ถึงหัวลำโพง 3 ทุ่มกว่าๆ ราว 21.30 น.

ยังไม่เข็ดรถไฟ และไม่มีวันเข็ดหลาบ เพราะรถไฟก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่มีกิจการรถไฟในสยามประเทศไทย

ถ้าจะเป็นอย่างนี้อีกต่อไปก็ไม่แปลกอะไร ผมทนได้ เพราะไม่มีทางเลือก

เย็นค่ำวันอาทิตย์มีปี่พาทย์ไม้แข็ง ของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ที่สังคีตศาลา ในพิพิธภัณฑ์

ขณะนั้นทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง มีเสื้อแดงชุมนุมเดือนละครั้ง

ปี่พาทย์ไม้แข็งเป็นวัฒนธรรมอำมาตย์กระฎุมพี มีขึ้นใหม่ใช้บรรเลงเพลงเถาเป็น“ดนตรีเพื่อฟัง”ตามแบบตะวันตก เริ่มมีแพร่หลายหลัง พ.ศ. 2400 แผ่นดินรัชกาลที่ 4

ต่อมายกย่องวัฒนธรรมเพลงเถาเป็นแบบแผนดนตรีไทย เพื่อความเป็นไทยสืบจนทุกวันนี้

คนทั่วไปเลยเบื่อ—หนีดนตรีไทย เพราะฟังไม่รู้เรื่อง ยืดยาดเยิ่นเย้อ

เรื่องทั้งหมดผมอธิบายรายละเอียดไว้ในหนังสือดนตรีไทยมาจากไหน? (สำนักพิมพ์วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พิมพ์เผยแพร่ วางตลาดขณะนี้) ใครจะทักท้วงถกเถียงก็ย่อมได้สบายมากๆ

วัฒนธรรมเพลงเถามีขึ้นอวดฝีมือบรรเลงดนตรี จึงแต่งแต่ทำนอง ไม่แต่งเนื้อร้อง โดยให้ตัดกลอนจากวรรณคดีมาเป็นเนื้อร้อง เลยต้องมีเอื้อนมากลากยาว

ผมทนฟังได้ แต่คนทั่วไปเขาไม่ทน

120 บาท

“วิจัย” นอนป่วยเป็นเจ้าชายนิทรามานานหลายปี โดยมี “บุษบัน” ภรรยาคู่ชีวิตคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ถึงแม้ร่างกายอ่อนแอแต่พลังจิตยังแข็งกล้า เขาสามารถไปปรากฏทุกแห่งหนเพียงใจนึกปรารถนา

วิญญาณของวิจัยได้ไปช่วยคนดี สั่งสอนคนเลว

ยิ่งเวลาผ่านไป สิ่งที่วิจัยได้กระทำลงไปล้วนก่อให้เกิดความคลางแคลงสงสัย ว่าการที่เขาเข้าไปช่วยเหลือผู้คนโดยใช้พลังจิตเป็นเรื่องที่ถูกหรือไม่

มันคือหนทางที่จะพาเขาไปสู่โลกหน้าอย่างสงบสุขไร้กังวลจริงหรือ? แล้วเหตุใดจิตวิญญาณของเขาจึงยังเร่ร่อนอยู่…

ร่วมเดินทางสู่เรื่องราวตามแบบฉบับ “หลวงเมือง” นักเขียนอาวุโสผู้ช่ำชองประเด็นสะท้อนสังคม ด้วยสำนวนภาษาอันโดดเด่น กับแนวทางที่สร้างสรรค์ลงคอลัมน์ “นาฏกรรมเมืองหลวง” ในนิตยสาร “มติชนสุดสัปดาห์” มากว่าสองทศวรรษfluoxetine reactions buy cheap sildalis