มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่  15   ธันวาคม  2553

เพื่อนพ้องแห่งวันวาร เรื่องสั้น “สุภาพบุรุษ” โดย วรรณา สวัสดิ์ศรี และ สุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็นหนังสือประเภท Anthology มีคำอุทิศว่า

คารวะแด่ เพื่อนพ้องแห่งวันวาร นักเขียน นักประพันธ์ นักหนังสือพิมพ์ คณะ ‘สุภาพบุรุษ’

การก่อเกิดของพวกท่าน ทั้งก่อนและหลังพุทธศักราช 2472 เป็นรากเหง้าสำคัญรากหนึ่งของประวัติศาสตร์วรรณกรรมไทยสมัยใหม่

เป็นศักดิ์ศรีของสังคมอุดมปัญญาที่ยกย่องให้เกียรติกวี นักเขียน              นักประพันธ์ นักหนังสือพิมพ์ นักแปล

เป็นเส้นทางบุกเบิกของคนทำหนังสือ

เป็นเส้นทางของหนังสือที่งอกงามขึ้นมาพร้อมกับการอ่าน

เป็นการประกาศอุดมคติของคนเขียนหนังสือว่า ‘ราษฎรสามัญธรรมดา’ นั้น ก็สามารถสร้างผลงานที่เป็น ‘ชั้นหนึ่ง’ ได้

 

คำอุทิศประโยคสุดท้ายว่า เป็นการประกาศอุดมคติของคนเขียนหนังสือว่า “ราษฎรสามัญธรรมดา” นั้น ก็สามารถสร้างผลงานที่เป็น “ชั้นหนึ่ง” ได้

ชวนให้คิดถึงสุนทรภู่ ต้องถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นอาลักษณ์ “ขี้เมา เจ้าชู้ อยู่อย่างไพร่ ไร้เคหา” เพราะมีผลงาน“ชั้นหนึ่ง” เป็นที่ยกย่องสรรเสริญสดุดีเหนือ         ผู้ไม่สามัญธรรมดาในยุคนั้น เลยยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้

Anthology ผมรู้จักแต่ไม่เข้าใจคำนี้จากหนังสือพระนิพนธ์ของ หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ รัชนี ในนามปากกา พ. ณ ประมวญมารค เช่น สิบกวี, สิบสองกวี, สุนทรภู่,               กำสรวลฯ

แล้วไม่เห็นที่ไหนอีกเลย (อาจมี แต่ผมไม่เห็น) จนเพิ่งมาเห็นในเล่มนี้

วรรณา-สุชาติ ถอดคำอังกฤษ Anthology เป็นคำไทยว่า วรรณมาลัย

ขอให้วรรณมาลัย หนังสือหนาราว 1,117 หน้า เล่มนี้เสมือนมงคลมาลัยสวมให้คู่สาว-บ่าว นามวรรณา-สุชาติ ผู้นฤมิตขึ้นมาในโลกหนังสือของสยามประเทศไทย

วรรณมาลัย [Anthology] เล่มนี้เป็นการนำเอาตัวบทเรื่องสั้นจากเอกสารชั้นต้นในหนังสือสุภาพบุรุษรายปักษ์ ที่จัดพิมพ์จำหน่ายเมื่อปี พ.ศ. 2472-2473 เท่าที่ค้นหาได้เป็นบางส่วนมารวมไว้

เพื่อย้อนมองประวัติศาสตร์สังคมของสยามเมื่อ 80 ปีก่อน และเพื่อบ่งบอกสถานะบางอย่างของประวัติวรรณกรรมสยามสมัยใหม่ โดยค้นผ่านเอกสารชั้นต้นที่เป็นสิ่งพิมพ์เก่าในรุ่นต่างๆ

 

 

เพื่อแสดงว่านอกจากนักเขียน นักประพันธ์ นักหนังสือพิมพ์ ในคณะสุภาพบุรุษเมื่อปี พ.ศ. 2472-2473 แล้ว เรายังมีรากเหง้าในชื่ออื่นๆทั้งก่อนและหลังคณะสุภาพบุรุษอีกจำนวนมาก

คำว่า “คณะสุภาพบุรุษ” ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ และเพื่อนพ้อง ถือเป็นเพียงหมุดหมายเดียวของสายธารอักษรอันกว้างใหญ่เท่านั้น เพราะประวัติวรรณกรรมสมัยใหม่รุ่นบุกเบิกของเรายังมีสิ่งพิมพ์เก่าของคณะอื่นๆ ที่เป็นเอกสารชั้นต้นอีกนับไม่ถ้วน

แต่ทว่าในปัจจุบันหมุดหมายดังกล่าวเหล่านั้นได้กลายเป็นเหมือน “ข้อต่อที่หายไป” [missing Ink] มากขึ้นเรื่อยๆ

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

 

วรรณา สวัสดิ์ศรี / สุชาติ สวัสดิ์ศรี