มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่  7  ธันวาคม  2553

ประชาชาวบ้านไม่กล้าทำลายซากโบราณสถาน เพราะพื้นที่อย่างนั้นเชื่อว่ามีผีสิงสถิตอยู่

ส่วนสำนึกอนุรักษ์โบราณสถานเพื่อแสดงอะไรบางอย่าง เป็นวัฒนธรรมใหม่จากฝรั่งที่คนชั้นสูงเริ่มรับมาราวรัชกาลที่ 4, 5

ถึงกระนั้นคนชั้นสูงของสยามก็ทำลายกำแพงเมืองอยุธยาลงเกือบรอบเพื่อทำเป็นถนนให้รถยนต์แล่น

สำนึกสาธารณะเพื่อดูแลรักษาคูน้ำกำแพงเมืองโบราณสืบมาถึงปัจจุบัน เริ่มจากฝรั่งเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ บางกอกเวิลด์ ฉบับบ่ายเมื่อราวหลัง พ.ศ. 2500 เขียนแถลงเป็นภาษาอังกฤษเรียกร้องให้รัฐบาลไทยสมัยนั้นอนุรักษ์ กำแพงเมืองโบราณ เพราะขณะนั้นถูกทำลายเรื่อยๆ

รัฐบาลเผด็จการฟาสซิสม์ยุคหลัง พ.ศ. 2500 จึงมีมติคณะรัฐมนตรี ให้สงวนรักษากำแพงเมืองโบราณทั่วประเทศ เพื่อสร้างภาพอวดนานาชาติ แต่ปฏิบัติจริงตามมตินั้น      ไม่ได้ผล เพราะไม่ได้ทำจริง

การเมืองของกลุ่มอิทธิพล เช่น นักการเมือง, นักลงทุน, พ่อค้า, ข้าราชการ สมคบกันทำลายคูน้ำกำแพงเมืองโบราณที่อยู่ในชุมชนเมือง เช่น กำแพงดินเมืองเชียงใหม่, เมืองลำปาง, เมืองร้อยเอ็ด, เมืองสุรินทร์, เมืองบุรีรัมย์, รวมทั้งกำแพงอิฐเมืองนครราชสีมา, เมืองลพบุรี, ฯลฯ ไม่มีใครห้ามได้

วิธีทำลายคือยุยงให้ประชาชาวบ้านรากหญ้าพากันบุกรุกนำ โดยอ้างว่าไม่มีที่อยู่อาศัยและทำกิน หลังจากนั้นเทศบาลออกเลขบ้าน, ส่งน้ำไฟเข้าไป นานเข้าก็ถอนสภาพโบราณสถาน แล้วออกเอกสารสิทธิ์ให้ชาวบ้านเหล่านั้น

ท้ายสุดประชาชาวบ้านขายที่ดินให้ทุนใหญ่ในท้องถิ่นไปขอออกโฉนดแล้วสร้างอาคารพาณิชย์ขาย ดังเห็นประจักษ์พยานในจังหวัดต่างๆที่ออกชื่อเมืองมาข้างต้นจนทุกวันนี้

ยุคนั้นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยเที่ยวทำลายล้างคูน้ำกำแพงเมืองโบราณมากที่สุดเกือบทั่วประเทศ รวมทั้งกำแพงดินเมืองเชียงใหม่

เมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัย ถ้าไม่ได้รับยกย่องเป็นมรดกโลก ก็คงไม่เหลือให้เห็นอย่างทุกวันนี้ เพราะราชการวางแผนตัดถนน 4 เลนผ่าเมืองแล้ว

คูน้ำคันดินอยู่ในอันตรายขณะนี้คือ เมืองมโหสถ (อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี) มีหลักฐานชัดเจนดีมาก หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องต้องเร่งรัดสร้างความเข้าใจกับ อปท. (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) เพื่อสร้างกิจกรรมแบ่งปันข้อมูลความรู้อย่างกว้างขวางและเร่งด่วนเพื่อร่วมมือสงวนรักษาอย่างแข็งแรง

เมืองโบราณมีอายุนับพันปีมาแล้วสมบูรณ์มากอย่างนี้ รอดพ้นพวกอัปปรีย์ทำลายล้างมาได้ นับเป็นบุญกุศลมหาศาล อย่าปล่อยให้พวกสามานย์ทำลายเหมือนกำแพงดินเมืองเชียงใหม่

เมืองมโหสถ(อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี) สร้างขึ้นเมื่อหลัง พ.ศ. 1000 หรือราว 1,500 ปีมาแล้ว เก่าแก่กว่าพระปฐมเจดีย์  (จ. นครปฐม)

คูน้ำคันดินเมืองมโหสถ ยังเหลือให้เห็นชัดเจนและสมบูรณ์มาก เป็นหลักฐานยืนยันความสำคัญที่ควรดูแลรักษาไว้เป็นเมืองสร้างสรรค์เพื่อเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์  ที่มีการท่องเที่ยวสร้างสรรค์

แต่ อปท. (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) ยังไม่เห็นความสำคัญของคูน้ำคันดินเมืองมโหสถ เพราะราชการเกี่ยวข้องยังบกพร่องทางกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้สู่ท้องถิ่นอย่างง่ายๆสม่ำเสมอ

ขอเตือนทุกฝ่ายว่าอย่าเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า “เอาแต่ได้” ของตน แล้วทำลายสมบัติส่วนรวม เช่นคูน้ำคันดินและพื้นที่เมืองโบราณ เพราะนี่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพชนมอบไว้ให้เป็นสมบัติสร้างสรรค์ของทุกคน ที่จะสร้างรายได้ให้ลูกหลานเหลนโหลนมีกินมีใช้ในอนาคต