มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่  16  ธันวาคม  2553

 

กำแพงดิน เมืองเชียงใหม่ อายุมากกว่า 700 ปี เป็นกำแพงเมืองยุคเริ่มแรกของพญามังรายหรือก่อนหน้านั้นก็ได้ ขณะนี้มีซากรอดทำลายเหลือไม่มาก อนาคตน่าเป็นห่วง จึงไม่ควรปล่อยปละละเลยให้ถูกทำลายลงอีก

แต่ทำอย่างไรจะให้รอดพ้นคนหน้าด้านเอาแต่ได้ ทำลายสมบัติวัฒนธรรมเชียงใหม่ เพื่อประโยชน์เฉพาะหน้าของตนคนเดียวพวกเดียว

ตรงนี้ต้องร่วมกันหาช่องทางอย่างรอบคอบแข็งขัน

เสื้อแดง, เสือเหลือง, เสือหลายสี เชิญมาร่วมกันคิดหาวิธีถนอมรักษากำแพงดินเมืองเชียงใหม่

เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม ผมออกจากกรุงเทพฯ เช้าตรู่ ถึงเชียงใหม่บ่ายแก่ๆ ก็ไปเดินเลาะดูลำน้ำแม่ข่าที่ไหลเลียบกำแพงดิน แล้ววิงวอนร้องขอให้คุณเจนจิรา  เบญจพงศ์ นักค้นคว้าอิสระ ช่วยถ่ายรูปมาด้วย ดังที่พิมพ์ไว้ให้เห็นนี้

บริเวณกำแพงดินด้านในเมืองติดถนนเล็กๆให้รถแล่นสวนกันได้ตลอด แต่ด้านนอกติดน้ำแม่ข่า

ตลอดแนวกำแพงดินมีบ้านเรือนรุกล้ำทำลายเนินดินเป็นระยะๆ เป็นตอนๆ แต่ที่เป็นกำแพงดินครบสมบูรณ์มีเหลือน้อยแล้ว ต้องรีบหาทางป้องกัน

แรกสุดควรร่วมด้วยช่วยกันแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เรื่องกำแพงดินกับกำแพงอิฐเมืองเชียงใหม่ให้กว้างขวางโดยเร็ว

แล้วควรทำแผงนิทรรศการบอกความเป็นมาไปตั้งไว้บริเวณที่คนผ่านไปมามาก แล้วทำป้ายบอกเป็นระยะๆอย่าให้ขาด

ขณะเดียวกันขอความร่วมมือกับชุมชนที่อยู่บริเวณนั้น ร่วมกันดูแลรักษาให้สะอาดสะอ้านเป็น green กำแพงดิน”

แล้วน่าจะทำถนนคนเดินให้เพลินกำแพง

 

(ซ้าย) ลำน้ำแม่ข่า ที่สร้างกำแพงดินเลียบตลอด (กลาง) ลำน้ำแม่ข่า ตรงย่านช้างคลาน มีเขื่อนสองข้าง (ขวา) บ้านเรือนปลูกทับกำแพงดิน เมืองเชียงใหม่

 

(ซ้าย) กำแพงดิน(อยู่ด้านขวาของรูป) ตรงโรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง (ขวา) กำแพงดินใกล้วัดช่างฆ้อง มีสภาพร่มรื่นอยู่ด้านถนน แต่ด้านติดน้ำแม่ข่าสกปรกรกรุงรัง