มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่  19   พฤศจิกายน  2553

ดนตรีไทยในวัฒนธรรมป๊อป ของ อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ (มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 12-18 พฤศจิกายน 2553 หน้า 20) อ้างถึง จิตร ภูมิศักดิ์ เขียนเตือนว่าดนตรีไทยกำลังเสื่อมสูญ ไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2497 (ราว 56 ปีมาแล้ว)

ด้วยเหตุผลที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงทั้งเครื่องดนตรี, ระบบเสียง, วิธีแต่ง ไปจนถึงการปฏิบัติของนักดนตรีก็ต้องเป็นไปตามขนบอย่างเคร่งครัด

แทนที่ชาวดนตรีไทยจะสำรวจตัวเองเพื่อพิจารณาหาสาเหตุ แล้วเสาะหาช่องทางแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดนตรีไทยมีชีวิตชีวาขึ้นมาร่วมสมัย

แต่กลับตรงข้าม ชาวดนตรีไทยสมคบกับผู้ชอบแอบอ้างรักความเป็นไทย กลับโทษคนอื่นแล้วพร้อมใจกันก่นด่าประณามประชาชนทั่วไปว่าไม่ฟังดนตรีไทย ทำให้ดนตรีไทยเสื่อม

จิตร ภูมิศักดิ์ เขียนไว้ในบทความชื่อ “ดนตรีไทยเดิมนั้น เรามิได้ละทิ้ง ชนหยิบมือหนึ่งขโมยไปต่างหาก” (พิมพ์ครั้งแรกใน ไทยใหม่ ฉบับวันที่ 27 สิงหาคม 2497แล้ว พิมพ์ซ้ำในสูจิบัตรแจกงานเปิดตัวกองทุนจิตร ภูมิศักดิ์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 29-30 พฤษภาคม 2547) จะคัดตอนจบมาให้อ่านดังนี้

“นักดนตรีไทยถือตนว่าเป็นผู้มีภูมิปัญญาเหนือสามัญชน พะวงแต่ความ           โอ้อวดฝีไม้ลายมือมากเกินไป….. เพลงไทยจึงยุ่งยากขึ้นทุกขณะ ละเลยผู้ฟังเสียสนิท ทั้งผู้เล่นก็มักจะเป็นคนในสำนักชั้นสูงต่างๆ ช่องว่างระหว่างศิลปะของดนตรีไทยกับประชาชนก็เกิดกว้างขึ้นทุกที

จนในที่สุดก็กลายเป็นศิลปะที่ฟังกันได้อยู่แต่ในชนกลุ่มเดียว พวกประชาชนทั่วไปนับล้านๆที่ฟังไม่ออกก็กลายเป็นพวกหูต่ำ เป็นพวกละทิ้งสมบัติของชาติ

แต่ทว่าคำกล่าวหานั้นจริงละหรือ?

เรามิได้ละทิ้งสมบัติของเราเลย หากมีชนกลุ่มหนึ่งบังอาจมาขโมยสมบัติของเราไปเสีย และกระทำแก่มันตามพลการเพื่อประโยชน์ของเขาเพียงหยิบมือนั้น และทั้งยังกีดกันมิให้เราเข้าไปแตะต้องถึง อย่างนี้มิใช่หรือ?”

จิตร บอกว่า “มีชนกลุ่มหนึ่งบังอาจมาขโมยสมบัติของเราไปเสีย”—“ทั้งยังกีดกันมิให้เราเข้าไปแตะต้องถึง”

ใครคือ “ชนกลุ่มหนึ่ง”?

มีพยานหลักฐานประวัติศาสตร์ หลัง พ.ศ. 2400 (แผ่นดินรัชกาลที่ 3-4) “ชนกลุ่มหนึ่ง” คือคนชั้นนำ“ผู้ดี”กระฎุมพี สร้างแบบฉบับเพลงดนตรีไทยเพื่อความเป็นไทย มี 3 อย่างเท่านั้น คือ วงปี่พาทย์, วงมโหรี, วงเครื่องสาย

แล้วกำหนดว่าต้องเป็นเพลงเถาสามชั้น-สองชั้น-ชั้นเดียว, ร้องเอื้อนมากลากยาว, ชื่อเพลงขึ้นต้นด้วยชื่อชาติพันธุ์อย่างดูถูกเหยียดหยาม เช่น ลาว, เขมร, มอญ, พม่า, แขก, จีน, ฝรั่ง, ฯลฯ

ถ้าผิดจากนี้ไม่ใช่เพลงดนตรีไทยเพื่อความเป็นไทยแท้ๆ

ฉะนั้น เพลงดนตรีสะล้อซอซึงของล้านนา, แคนและโปงลางของอีสาน, โนราชาตรีของปักษ์ใต้ จึงไม่ใช่เพลงดนตรีไทยเพื่อความเป็นไทยในทัศนะของคนชั้นนำ“ผู้ดี” กระฎุมพี นับแต่บัดนั้น สืบจนบัดนี้ และบัดหน้า

 

แม่ไม้มวยไทย ศิลปะป้องกันตัว ฉบับ 2 ภาษา โดย คึกเดช กันตามระ (370 บาท)

 

ภาพประกอบ 201 ภาพ ฝีมือผู้เขียน โดยเฉพาะภาพที่ไม่อนุญาตให้ใช้ต่อสู้บนสังเวียน เช่น โค่นรุกขมูล หนุมานคลุกฝุ่น สดายุชิงนาง

“ศิลปะมวยไทยที่ได้รับวิวัฒนาการล่วงมาถึงสมัยอยุธยา เป็นเรื่องต่อสู้ระหว่างยักษ์กับลิง ซึ่งยักษ์จะใช้มวยหลัก ดูเชื่องช้าแต่ทรงพลัง ลิงจะใช้มวยเกี้ยว ดูคล่องแคล่วว่องไว ดังนี้คนตัวใหญ่จะฝึกฝนมวยหลัก คนตัวเล็กจะฝึกฝนมวยเกี้ยว ถ้าสันทัดคนควรจะฝึกฝนทั้งมวยหลักและมวยเกี้ยว”

“ผมใช้เวลาปรับเป็นภาษาอังกฤษอยู่ปีกว่าๆ (ว่างจากงานสอนจึงทำ) มีเพื่อนฝรั่งอดีตอาจารย์ในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ช่วยตรวจทานแก้ไข แล้วจึงสำเร็จออกมาดังที่เห็น”what is forzest 20 buy prednisone 10mg}