มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่  29  พฤศจิกายน  2553

ป้ายปักอยู่ริมถนนลอดใต้สะพานอรุณอมรินทร์ ริมคลองบางกอกน้อย  กรุงเทพฯ ปากซอยเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี มีข้อความว่า

เดิมเป็นโรงเก็บเรือพระราชพิธีอยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังและกองทัพเรือ เมื่อคราวเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 อู่เรือและเรือพระราชพิธีบางส่วนถูกระเบิดได้รับความเสียหาย ในปี พ.ศ. 2490 สำนักพระราชวังและกองทัพเรือได้มอบให้กรมศิลปากรทำการซ่อมแซมดูแลรักษาเรือที่ใช้ในพระราชพิธี ซึ่งเป็นเรือที่มีประวัติสำคัญมาแต่โบราณ ยังคงความสวยงามในฝีมือช่างอันล้ำเลิศทรงคุณค่าในงานศิลปกรรม และยังนำมาใช้ในการพระราชพิธีต่างๆ สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเรือพระที่นั่งไว้เป็นมรดกของชาติ พร้อมทั้งยกฐานะของอู่เก็บเรือขึ้นเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธีเมื่อปี พ.ศ. 2517

ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ จัดแสดงเรือพระราชพิธีสำคัญ 8 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 เรือครุฑเหิรเห็จ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรืออสุรวายุภักษ์ และเรือเอกไชยเหินหาว

อ่านแล้วไม่รู้ว่าเรือพระราชพิธีมาจากไหน? แล้วโรงเรือนี้มีตั้งแต่เมื่อไร? ฯลฯ

ป้ายนี้ให้ความสำคัญหน่วยงานมากกว่าประวัติความเป็นมา แสดงให้เห็นวัฒนธรรมราชการอยู่เหนือสิ่งอื่นใด แล้วยังใช้ภาษาฟุ่มเฟือยเยิ่นเย้อรุ่มร่ามเรี่ยราด วรรคตอนผิดพลาดคลาดเคลื่อนขรุขระไปหมด

ทางเข้ามีป้ายบอก แต่เป็นป้าย“เอกลักษณ์ไทย”ที่ควรเก็บเข้ากรุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แล้วทำป้ายทันสมัยอยู่เสมอมาปักแทนให้คนเห็นแล้วกระตือรือร้นอยากเข้าไปดูเรือ

คนทั่วไปไม่ว่าไทยหรือต่างชาติ ไม่รู้หรอกว่าอู่เรือพระราชพิธีนี้มีซอยแคบๆ         ริมถนน เดินเข้าได้สะดวก(แม้จะวกวนบ้าง) ไม่ต้องไปทางเรือก็ได้ แต่ไม่มีคนชอบฟูมฟายรักความเป็นไทยคนไหนประชาสัมพันธ์ป่าวร้องให้รู้ก้องโลก

กระทรวงวัฒนธรรมก็ไม่เคยมาดูแล ฝ่ายเผยแพร่อะไรที่ไหนไม่เคยแบ่งปันเผยแพร่ มีแต่เดินตาม(ดม)ก้นนายไปที่อื่น

เสมือนโรงเรือนี้มีไว้ให้ชาวต่างชาติเช่าเรือหางยาวมาดูเท่านั้น คนไทยไม่ต้องดู ก็ได้ เพราะเงินไม่เป็นดอลลาร์ บ้าชิบเป๋ง

 

(ซ้าย) โรงเรือพระราชพิธี มีหลังคาโค้งอยู่ริมปากคลองบางกอกน้อย กรุงเทพฯ (ขวา) บริเวณวังหลัง สถานีรถไฟธนบุรีเก่า ใกล้วิหารหลวงพ่อโบสถ์น้อย วัดอมรินทร์ฯ เป็นพื้นที่ของโรงพยาบาล          ศิริราช กำลังก่อสร้างอาคารใหม่ ถ้าทำ“มิวเซียม”เล็กๆ จัดแสดงประวัติความเป็นมา แล้วยืนดูเรือพระราชพิธีอยู่ฝั่งตรงข้าม จะวิเศษสุดจิตสุดใจไม่รู้ลืม

เรือพระราชพิธีมีกำเนิดจากเรือศักดิ์สิทธิ์ ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว พบหลักฐานชัดเจนบนลายสลักข้างกลองทองมโหระทึก ยุคโลหะ ครั้นรับพราหมณ์-พุทธ  ก็ยกย่องสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาทำโขนเรือสืบเนื่องจนปัจจุบัน มีในโรงเรือพระราชพิธี

เมื่อกระทรวงวัฒนธรรมไม่ทำอะไร กรมศิลปากรก็ไม่ทุกข์ร้อน(เคยพูดจากันแล้วเป็นปี แต่ไม่มีคืบหน้า) ก็จำต้องวิงวอนร้องขอ “หมอศิริราช”ให้ทำ“มิวเซียม”ชั่วคราวริมฝั่งคลองบางกอกน้อย(ใกล้ๆหลวงพ่อโบสถ์น้อย วัดอมรินทร์ฯ) ตรงข้ามอู่เรือ เพื่อแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้สู่สาธารณะ

ปากโพนทะนารักความเป็นไทยทุกลมหายใจเข้า-ออก แต่พวกมันไม่ได้ให้ความสำคัญโรงเรือพระราชพิธีกับประวัติศาสตร์เรือและแม่น้ำลำคลอง เหมือนปากโพนทะนา

buy forzest online india buy cheap dapoxetine online