มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่  11   พฤศจิกายน  2553

สังคม“ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา” แสวงหาผลประโยชน์เฉพาะหน้าเพื่อตนเองโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของส่วนรวม, ของคนอื่น, และของอนาคต

ดูได้จากวิกฤตน้ำท่วมพินาศยับ กับวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในอุทยานประวัติศาสตร์

“ที่อุทยานฯสุโขทัย จะจัดมินิแสงสีเสียงเดือนละ 2 ครั้ง” นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร บอกผู้สื่อข่าว แล้วอธิบายต่อไปอีกว่า “กรมศิลปากรหารือกับทางจังหวัดที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อุทยานฯ ว่าไม่ควรจัดตามกระแสมากไป เพราะจะทำให้โบราณสถานอยู่ในสภาพเสียหายได้” (มติชน ฉบับวันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2553 หน้า 16)

“คณะกรรมการมรดกโลกแสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้ จึงร้องขอประเทศสมาชิกที่มีโบราณสถานขึ้นทะเบียนมรดกโลกให้ลดจัดงานแสดงแสงสีเสียงลง” อธิบดีฯโสมสุดาบอกอีกว่า

“หากยังจัดงานตามกระแสท่องเที่ยวมากเกินไป องค์การยูเนสโกก็จะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ แล้วรายงานกลับไปยังคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่ดีต่อประเทศไทย” (x-cite ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2553 หน้า 2)

“ระบบเสียงที่ดังจะส่งผลกระทบต่อโบราณสถานได้ เพราะแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างสูง และมีการจุดพลุตะไลไฟพะเนียงใกล้โบราณสถาน เสี่ยงที่เปลวไฟจะกระเด็นไปสู่ตัวโบราณสถาน” อธิบดีกรมศิลปากร บอกผู้สื่อข่าวถึงปัญหาเทศกาลลอยกระทง ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จะจัดตามประเพณีในวันที่ 21 พฤศจิกายน บริเวณตระพังมีการแสดงแสงสีเสียงเรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองเก่าสุโขทัย

ประวัติศาสตร์สุโขทัยและประวัติความเป็นมาของลอยกระทงที่จัดแสดงแสงสีเสียงในงานลอยกระทง เป็น“ตำนาน”ประวัติศาสตร์ปลอมๆที่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยพวกกระฎุมพีผู้ดีใหม่ จึงไม่มีคุณค่าที่จะแบ่งปันเผยแพร่

เมื่อสร้างขึ้นใหม่ก็ต้องบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีใหม่ให้ซ้อๆซิ้มๆเชื่ออย่างงมงายในโลกทัศน์ปลอมปน

แสงสีเสียงเป็นเทคโนโลยีใหม่ของสังคม“ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา” ถ้าจัดให้มีขึ้นจะเป็นหน้าตาอวดพวกเดียวกันที่ล้วน“ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา”เหมือนๆกัน

ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ งบประมาณลงทุนแสงสีเสียงมีสูงมาก เพราะใช้เครื่องมือและคนจำนวนมาก ทำให้มี“ส่วนแบ่ง”ครั้งละไม่น้อย

เจ้าของงานที่พานักท่องเที่ยวจ่ายค่าเข้าชม ก็ได้กำไรจากกิจการนี้สม่ำเสมอ เพราะต่างมี“อภิสิทธิ์”หนุนหลัง สร้างความเหลื่อมล้ำให้มีมากขึ้น แล้วเห็นชัดขึ้น

กิจกรรมนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์คัดค้านมาแต่แรกหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มมีปีละครั้ง จนเป็นปีละหลายสิบครั้งอย่างทุกวันนี้ ก็เพราะกรมศิลปากรโดยอธิบดีคนเก่าก่อนๆเห็นดีเห็นงามกับความทันสมัย แต่ไม่พัฒนา

เมื่อกรมศิลปากรโดยอธิบดีคนใหม่เป็น“แม่หญิง” กล้าทักท้วงสังคมด้อยพัฒนาอย่างองอาจ เลยต้องขออนุโมทนาสาธุการเพื่อให้งานประวัติศาสตร์โบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลป์ในกรมศิลปากรจะได้เข้ารูปรอยเข้าหลักเกณฑ์ ไม่งมงายอยู่ในโลกอาณานิคมของฝรั่งเศสเจ้าเมืองขึ้น

forzest wiki buy prednisolone online cheap