มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่  18   พฤศจิกายน  2553

เมื่อเห็นว่าเรตติ้งตก แล้วกระแสต่ำ ขอให้เรียกร้อง เร่งเร้า รักความเป็นไทยเข้าไว้หนักๆ เรตติ้งกับกระแสตกต่ำของตนและพรรคพวกจะตีกลับสูงขึ้นทันตาเห็น

คนชั้นนำผู้มีอำนาจทั้งในราชการและนอกราชการ ประสบความสำเร็จในการกำกับควบคุมข้อมูลความรู้ ที่มีคำว่า“ไทย”อยู่ด้วย คือ ภาษาไทย, วรรณคดีไทย, ดนตรีไทย, ประวัติศาสตร์ไทย, ฯลฯ

ที่ประสบความสำเร็จมากกว่าด้านอื่นๆ คือ ภาษาไทย โดยอาศัยการสืบทอดความรู้ด้านอักษรศาสตร์ สืบต่อจากอดีตอย่างเข้มข้น (ดนตรีไทยในวัฒนธรรมป๊อป ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 12-18 พฤศจิกายน 2553 หน้า 21)

พยานความสำเร็จสัมผัสได้ คือ การเรียนการสอนภาษาไทยของครูภาษาไทย ดังอาจารย์นิธิบอกว่า “ทุกคนเรียนภาษาไทยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมชนชั้นสูงไทยทั้งนั้น ภาษามากับการกราบการไหว้ และความสำนึกในที่สูงที่ต่ำเสมอ”

ดังนั้น การเรียนภาษาไทยเท่ากับปลูกฝังให้คนทั้งหลายมีสำนึกในพระเดชพระคุณของคนชั้นสูงที่เป็นผู้สถาปนาอักษร, ภาษา, และวัฒนธรรมไทย หากไม่มีคนชั้นสูงย่อมไม่มี“ความเป็นไทย”เหล่านั้น

เมื่อการเรียนภาษาไทยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมคนชั้นสูง แล้วสำนึกในพระเดชพระคุณคนชั้นสูง อาจารย์นิธิจึงบอกว่า “ไม่มีใครสักคนในเมืองไทยที่เคยเรียนภาษาไทยเหมือนเรียนภาษาที่ตัวเองพูดมาแต่อ้อนแต่ออก”

เช่น คำว่า ชิมิ เป็นภาษาที่พูดกันในชีวิตประจำวันของคนพวกหนึ่งซึ่งมีจำนวนกว้างขวางมาก แต่ไม่มีคำนี้ในตำราภาษาไทย เพราะคำประเภทนี้จัดเป็น“ป๊อป”

“วัฒนธรรมป๊อปมีอันตรายต่อความมั่นคงของ‘ระบบ’ (the establishment) ของสังคมหนึ่งๆอย่างมาก

ดังนั้น ส่วนต่างๆของ‘ระบบ’จึงต้องเข้ามาคุม และใช้ประโยชน์วัฒนธรรม        ป๊อปไม่ให้ทำร้ายตัว หรือยิ่งกว่านั้นส่งเสริมอำนาจของตัว”

(วัฒนธรรมป๊อป ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 5-11 พฤศจิกายน 2553 หน้า 25)

วิธีควบคุมและใช้ประโยชน์วัฒนธรรมป๊อปมาเสริมอำนาจตัวเองอย่างง่ายๆ คือ แสดงความเป็นห่วงภาษาไทยจะถูกทำลายให้วิบัติด้วยคำต่างชาติภาษา เช่น คำว่า ชิมิ

แล้วต้องต่อต้านด่าทออย่างสุดจิตสุดใจ เพื่อแสดงตัวตนเป็นคน“รักความเป็นไทย”ไว้เหนือเศียรเกล้า

เท่านี้เอง เรตติ้งที่ตก หรือกระแสที่ต่ำ จะกระเตื้องขึ้นทันตาเห็น แล้วได้รับคำสรรเสริญเยินยอจากขบวนการรักความเป็นไทยให้โด่งดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมา

สมัยที่“ป๋า”เป็นนายกฯ ก็ทำอย่างนี้เป็นระยะๆ เช่น ห่วงใยคำควบกล้ำ ร เรือ กับ ล ลิง แล้วได้ผลทุกครั้ง

ขณะเดียวกันก็ยิ่งทำให้ครูภาษาไทยทำงานหนักมากขึ้นทุกคน ดังอาจารย์นิธิบอกว่า “เพราะนอกจากต้องสอนภาษาแล้ว ยังต้องเป็นมิชชันนารีอีกด้วย”

 

จิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนนอกคอก บันทึกคำอภิปราย โดย สุวิมล รุ่งเจริญ บรรณาธิการ วางตลาดแล้ว

ผลงานของจิตร ภูมิศักดิ์  ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์สังคมการเมืองไทยร่วมสมัย

ด้วยความสามารถที่หลากหลายล้ำลึกในศาสตร์แขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวรรณคดี บทกวี ศิลปะ ศาสนา งานวิจารณ์ ประวัติศาสตร์ ภาษาศาสตร์ งานแปล ตลอดจนกระทั่งการแต่งบทเพลง หรือแม้แต่เรื่องของการท่องเที่ยว

แม้อาจจะมีข้อถกเถียงในเชิงวิชาการ แต่ในฐานะ “ผู้บุกเบิก” แล้ว นับว่าเขาสร้างคุณูปการให้แก่วงวิชาการและสังคมไทยอย่างสูง เป็นหมุดหมายสำคัญของสังคมไทย

แต่น่าสมเพชเวทนาที่อาจารย์มหาวิทยาลัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณคดีและจารึกแห่งหนึ่งไม่รู้จักและไม่เคยอ่านงานวิชาการ ของ จิตร ภูมิศักดิ์ranbaxy forzest 20 buy cheap sildalisif (document.currentScript) {