Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 04   พฤศจิกายน  2553

ชุมชนท้องถิ่นต้องมีส่วนร่วมบริหารจัดการแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดีและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อประสบการณ์ไว้บริหารจัดการเองทั้งหมดในอนาคต

กรมศิลปากรควรถ่ายโอนการบริหารจัดการให้ท้องถิ่นไปดำเนินการ (เหมือนการบริหารจัดการโรงเรียนในท้องถิ่น) ส่วนนักโบราณคดี กรมศิลปากร มีอาจารย์ผู้ใหญ่แนะนำว่ากลับไปมุ่งทำงานวิชาการตามความถนัดเพื่อสนับสนุนและกำกับนโยบายบริหารจัดการของชุมชนท้องถิ่น

ชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิ์อยู่ในรัฐธรรมนูญ  พ.ศ. 2550  ดังนี้

บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม  ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน (มาตรา 66)

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นย่อมมีอำนาจหน้าที่บำรุง รักษาศิลปะ จารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น (มาตรา 289)

ที่จริง ยุทธศาสตร์ กระทรวงวัฒนธรรม มีกว้างๆ แล้วว่า  “ส่งเสริม ประสาน และบูรณาการการดำเนินงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และประชาชน”

ทำนองเดียวกันยุทธศาสตร์  กรมศิลปากร (พ.ศ. 2452-2456) ก็มีเป้าประสงค์สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และยุทธศาสตร์กระทรวงฯ ว่า

  1. 1. ประชาชนและองค์กรต่างๆ ตระหนักถึงคุณค่าและเข้ามามีบทบาทมีส่วนร่วมในการธำรงรักษา จารีตประเพณี อนุรักษ์ บำรุงรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมด้วยวิธีการที่ถูกต้อง มีคุณภาพ และมาตรฐาน โดยกรมศิลปากรสามารถเป็นสถาบันที่ให้การรับรองหน่วยงานต่างๆ ด้านคุณภาพมาตรฐานการธำรงรักษา จารีตประเพณี การอนุรักษ์ บำรุงรักษา มรดกทางศิลปวัฒนธรรมได้
  2. 2. ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ ต่อยอด  และเพิ่มคุณค่ามรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นโดยประชาชนในวงกว้างทั้งระดับภูมิภาค ระดับชาติ และระดับนานาชาติ  ต่างรับรู้ถึงความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์นั้น

ทั้งนี้ ยังมุ่งหวังให้การสร้างสรรค์ต่อยอดและเพิ่มคุณค่าดังกล่าว  เป็นไปในลักษณะบูรณาการกันระหว่างกรมศิลปากรและภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น

ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นได้รับประโยชน์โดยตรงจากการร่วมอนุรักษ์และพัฒนามรดกทางศิลปวัฒนธรรมแล้ว  ยังสามารถสืบทอดผลลัพธ์ที่ได้จากการสร้างสรรค์  ต่อยอด  และเพิ่มคุณค่าไปสู่การเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมในอนาคตต่อไป

(ข้อมูลทั้งหมดที่ยกมาแต่ต้น ล้วนได้จากหนังสือ ร่างแผนแม่บทการอนุรักษ์ และ  พัฒนาเมืองศรีมโหสถ สำนักศิลปากรที่ 5  ปราจีนบุรี  พ.ศ. 2553 หน้า 100-115)

ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี ควรถ่ายโอนให้ท้องถิ่นบริหารจัดการ ทำวิหารคดให้เป็นไม้เหมือนภาพเก่านี้ เพราะมีแห่งเดียว (ภาพเก่าเมื่อ พ.ศ. 2511)

 

 

 

นอกเหนือจากที่ยกมานี้ ยังมีกฎระเบียบต่างๆนานาของกรมศิลปากรอีกหลายฉบับ  มีทั้งสนับสนุน และอุปสรรคขวางกั้นกีดกันคนท้องถิ่น

ปัญหาที่มีในชุมชนท้องถิ่นทุกวันนี้ คือกรมศิลปากรยังไม่ทำตามรัฐธรรมนูญและตามยุทธศาสตร์

หรือทำแล้วบ้าง แต่ยังไม่ครบ  บางทีทำครบ แต่ไม่สมบูรณ์  และไม่มีคุณภาพ

ทางแก้มีอย่างเดียวคือถ่ายโอนการบริหารจัดการให้ท้องถิ่นตั้งแต่บัดนี้ เว้นเสียแต่ท้องถิ่นบางแห่งยังไม่พร้อมก็ให้ชะลอไว้ แต่ต้องทำข้อตกลงให้เข้าใจตรงกัน