มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันพฤหัสบดี 14  ตุลาคม  2553

“มาร่วมสร้างโรงเรียนดีประจำตำบล เพื่ออนาคตและคุณภาพของเด็กไทยกันนะครับ”

นี่เป็นข้อความพาดหัวตัวอักษรโตๆ ออกแบบโฆษณาลงพิมพ์ในหนังสือ          พิมพ์รายวัน มีรูปถ่ายกับลายเซ็น ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์งานของรัฐมนตรี ในรูปแบบคำเชิญชวนให้            “ร่วมสร้างโรงเรียนดีประจำตำบล”

โรงเรียนดีประจำตำบล มีคำอธิบายในแบบโฆษณาว่าหมายถึงโรงเรียนของชุมชน ที่มีความร่วมมือกับท้องถิ่น และบริการชุมชนอย่างเข้มแข็ง

นอกจากนั้นยังต้องได้มาตรฐานอื่นๆตามที่กระทรวงกำหนด ถึงจะได้รับยกย่องเป็นโรงเรียนดีประจำตำบล

ต้องเข้าใจให้ตรงกันด้วยว่าข้อความในพื้นที่ออกแบบโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นงาน“สร้างภาพ”ให้นักการเมืองดูดี ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้จริงทุกอย่างตามที่มีข้อความสร้างภาพเผยแพร่ออกไป เพราะเงื่อนไขสำคัญอยู่ที่ครู

โรงเรียนจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ครูเป็นสำคัญที่สุด อย่างอื่นเป็นรอง

ครูแต่ละโรงเรียนแบ่งอย่างน้อย 2 พวก คือ ผู้บริหาร กับ ผู้สอน

ผู้บริหารมีปัญหาคือ “ผู้บริหารระดับต่างๆไม่กล้าคิดนอกกรอบ ยึดระเบียบกฎเกณฑ์ในการดำเนินงาน มีการทุจริตคอร์รัปชั่น เงินงบประมาณบางหน่วยงานที่ไม่ลงสู่ตัวนักเรียนเป็นสำคัญ” (สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ใน มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 หน้า 7)

ที่สำคัญมากคือ ผู้บริหารโรงเรียนระดับผู้อำนวยการผลาญเวลาหมดไปกับการสอพลอเจ้านาย จนไม่เหลือเวลาให้กับกิจกรรมแสวงหาข้อมูลความรู้มาสู่โรงเรียนและชุมชน และไม่อ่านหนังสือ

ผู้สอนมีปัญหาเรื่องรายได้ต่ำ แต่รายจ่ายสูง เลยไม่มีกะจิตกะใจใฝ่หาวิชาความรู้อ่านหนังสือเพิ่มเติมเพื่อสอนนักเรียน แถมยังต้องยอมจำนนอยู่ใต้อำนาจของผู้บริหาร“กะล่อน” เอาเปรียบเด็กนักเรียนและครูผู้น้อยอีกต่างหาก

ผลคือชุมชนท้องถิ่นเสียโอกาส ไม่เป็นไปตามที่นักการเมืองประกาศโฆษณาสร้างภาพประชาสัมพันธ์

แต่นักการเมืองได้รับผลสำเร็จไปเต็มๆโดยไม่ต้องใช้เงินส่วนตัว เพราะได้ทุนจากไทยเข้มแข็ง

แต่ท้องถิ่นอ่อนแอ เพราะโรงเรียนดีมีแห่งเดียว แต่นอกนั้นได้ชื่อโรงเรียนไม่ดี

เราไม่จำเป็นต้องเชื่อโฆษณาสร้างภาพของนักการเมือง แต่ท้องถิ่นควรหันมาร่วมกันทำทุกอย่างด้วยตัวเองให้โรงเรียนดีทั้งตำบล ดีกว่าโรงเรียนดีแห่งเดียวประจำตำบล