มติชนรายวัน  ฉบับประจำวันจันทร์ที่  25  ตุลาคม  2553

ฤดูกาลในตำรากำหนดให้ถึงเวลาพร้อมกันทั่วประเทศ แต่ปรากฏการณ์จริงไม่พร้อมกัน

ภาคเหนือถึงฤดูฝนก่อนภาคอื่น เพราะรับมรสุมเลื่อนลงมาจากทิศเหนือก่อนที่อื่น เนื่องจากอยู่เขตเส้นรุ้งสูงกว่าภาคอื่น

ส่งผลให้ทำนาปลูกข้าวก่อนภาคอื่น เกี่ยวข้าวก่อนที่อื่น แล้วนับเดือนเร็วกว่าภาคกลางราว 2 เดือน เช่น ภาคกลางเดือน 1 (เดือนอ้าย) แต่ภาคเหนือเดือน 3

ฉะนั้นเมื่อภาคกลางลอยกระทง วันเพ็ญเดือน 12 แต่ภาคเหนือเรียกยี่เป็ง หมายถึงวันเพ็ญเดือน 2 ล่วงหน้าไปแล้ว

เมื่อมรสุมพาฝนตกภาคเหนือแล้ว จะค่อยๆเลื่อนลงภาคอีสาน ต่อเนื่องภาคกลาง แล้วเลื่อนลงไปภาคใต้เป็นสุดท้ายราวปลายปีต่อเนื่องปีใหม่

ทุกปีมีปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างนี้ แต่จะต่างที่มีพายุฝนตกมากหรือน้อยในพื้นที่ใดเท่านั้น

จมบาดาล-ภาพถ่ายทางอากาศบนถนนมิตรภาพ มีน้ำท่วมขังบริเวณกว้างในพื้นที่ อ. เมือง จ. นครราชสีมา สร้างความหายนะครั้งใหญ่ให้ย่านชุมชนและธุรกิจ (ภาพและคำบรรยายจาก เดลินิวส์ ฉบับวันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2553 หน้า 1)

 

 

มรสุม หมายถึงลมที่พัดสม่ำเสมอตามฤดูกาล กับลมที่พัดพาฝนมาตกประจำฤดูกาล

ลมพัดสม่ำเสมอตามฤดูกาลมีประโยชน์ทางการคมนาคมทางทะเล ทำให้มีการค้าโลก แล้วเกิดรัฐน้อยใหญ่ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย

ลมพัดพาฝนประจำฤดูกาล ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ แต่บางครั้งเกิดร่องมรสุมเป็นพายุฝนตกใหญ่ ทำให้น้ำท่วมพื้นที่ต่างๆจนเดือดร้อนไปทั่ว

ทั้งลมและฝนที่เกิดจากมรสุมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมอุษาคเนย์ เห็นได้จากพิธีกรรมและระบบสัญลักษณ์ เช่น กบ, คางคก(คันคาก), งู(นาค) สัญลักษณ์ของฝน แล้วมีพิธีกรรมจุดบั้งไฟ, แห่นางแมวขอฝน

พลังอำนาจธรรมชาติแสดงออกให้เห็นแล้วเลยเรียกปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น แดดออก ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า น้ำขึ้น น้ำลง น้ำแห้ง น้ำหลาก ฯลฯ เป็นสิ่งที่คนควบคุมไม่ได้

แม้คนจะฝึกฝนตนเองจนมีความรู้ความชำนาญทางการผลิต เช่น ทำไร่ ทำนา ทอผ้า ตีเหล็ก ตีหม้อ ก่อบ้าน ฯลฯ ได้จนถึงมีวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอย่างทุกวันนี้ แต่กับปรากฏการณ์ธรรมชาติคนควบคุมไม่ได้ กำหนดกฎเกณฑ์หรือบงการไม่ได้

คนเลยต้องพึ่งพา“อำนาจ”ลึกลับศักดิ์สิทธิ์คือ“ผี” ที่เชื่อว่ามีเหนือธรรมชาติให้ช่วยคุ้มครองป้องกันและบันดาลให้เกิดมีสิ่งที่คนต้องการ คือ ความมั่นคงปลอดภัย และความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ธัญญาหารเพื่อชีวิตรอด

ทั้งนี้โดยวิงวอนและร้องขอด้วยความอ่อนน้อมและยอมจำนนต่อธรรมชาติที่เรียกพิธีกรรม

เมื่อคนต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติเพื่อความอยู่รอด คนเราก็ต้องเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงในรอบปีของธรรมชาติด้วย จะได้วิงวอนร้องขอหรือเอาอกเอาใจ“ผี” ที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติได้ถูกต้องและแม่นยำ

ส่งผลให้เกิดพิธีกรรมตามฤดูกาล แล้วทำกันเป็นประเพณี มีคล้ายคลึงกันทั่วไป จะต่างกันบ้างในรายละเอียดของช่วงเวลาในท้องถิ่นที่มีปรากฏการณ์ต่างเวลากัน

มนุษย์ทุกวันนี้โอ้อวดว่ามีวิทยาศาสตร์ ไม่เชื่อผีสางนางไม้ และไม่เคารพธรรมชาติ เพราะมีเทคโนโลยีสูง เชื่อว่าควบคุมธรรมชาติได้

แล้วทำไมควบคุมน้ำป่าท่วมบ้านเมืองไร่นาไม่ได้? แสดงว่ายังไม่แน่จริง

ถ้าอย่างนี้ก็ไม่ควรดูแคลนประเพณีพิธีกรรมเคารพอ่อนน้อมต่อธรรมชาติของชาวบ้าน

fluoxetine dosage buy yasmin online