มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม 2553

รัฐบาลต้องทำตามนโยบายกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ถ้าไม่ทำก็ผิดหลายอย่าง กรมศิลปากรจึงต้องถ่ายโอนอำนาจดูแลโบราณสถาน, พิพิธภัณฑ์, หอสมุด ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

แต่ผู้บริหารกรมศิลปากรที่ผ่านมากับที่เพิ่งผ่านไป มักมีความเห็นทางเดียวกัน ว่าท้องถิ่นยังขาดความรู้ในการบริหารจัดการแหล่งโบราณสถาน, หอสมุด, พิพิธภัณฑ์ จึงยังถ่ายโอนอำนาจไม่บรรลุตามแผนที่กำหนดไว้ (มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม 2553 หน้า 23)

อปท. ที่ยังไม่พร้อมรับถ่ายโอนนั้นมีแน่ๆ และมีไม่น้อย ซึ่งต้องรอเวลา แล้วต้องร่วมกันเป็นเสมือน“พี่เลี้ยง”ให้เติบโตพร้อมรับต่อไป

แต่ลักษณะน้ำเสียงที่กรมศิลปากรแถลงเรื่องท้องถิ่นไม่พร้อมว่า “ท้องถิ่นยังขาดความรู้ในการบริหารจัดการ”นั้น พูดอย่างครอบจักรวาล หรือกำปั้นทุบดิน เสมือนพูดถ่วงเวลาถ่ายโอนออกไปเรื่อยๆ เพราะ“หวงก้าง”เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

อันที่จริงลักษณะการบริหารจัดการแหล่งโบราณสถาน, หอสมุด, พิพิธภัณฑ์ ของกรมศิลปากรที่ผ่านมาเกือบ 100 ปี ก็ใช่ว่าจะถูกต้องดีงาม ทุกอย่าง เพราะมีผู้รู้จำนวนมากในสถาบันต่างๆพากันวิพากษ์วิจารณ์แสดงความ         ไม่เห็นด้วยกับกรมศิลปากรตลอดมาช้านานทีเดียว  ทุกวันนี้ก็มีอยู่มาก โดยเฉพาะด้านหอสมุด, พิพิธภัณฑ์

กรมศิลปากรไม่ฟังใคร แล้วถืออำนาจ“เอาแต่ใจ”ทำงานตามใจชอบของข้าราชการคนนั้นๆ ทั้งๆขาดความรู้ ขาดประสบการณ์บริหารจัดการ เพราะอวดว่าเรียนมาโดยตรง แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เรียนนั้นเป็นความรู้ยุคล่าอาณานิคมเมื่อ 100 ปีที่แล้ว พ้นสมัยไปแล้ว ใช้การไม่ได้แล้ว

พอถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็โยนบาปให้คนอื่นๆ ส่วนมากโยนโทษคนวิจารณ์ว่า          เอาแต่ใจ โดยลืมตัวว่าคนมีอำนาจต่างหากเอาแต่ใจ คือไม่เคยฟังคำท้วงติง, เสนอแนะ, วิพากษ์วิจารณ์, และไม่เคยอธิบายเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยให้สังคมรับรู้         มีทางเลือก

ก็เท่ากับกรมศิลปากรนั่นเอง“เอาแต่ใจ” ทั้งๆยังขาดความรู้การบริหารจัดการในแง่มุมก้าวหน้าทันสมัย แต่ที่กรมศิลปากรมีอยู่แล้วทำอยู่นั้นล้าสมัย และอยู่ใต้การครอบงำของความรู้ยุคล่าอาณานิคมที่ใช้การไม่ได้แล้ว

เมื่อความจริงมีอย่างนี้ แล้วเป็นอย่างนี้มานานมาก ทำให้ต้องทบทวนใหม่ว่าท้องถิ่นขาดความรู้จริงหรือ?

หรือที่จริงแล้วท้องถิ่นรู้ แต่รู้ต่างจากกรมศิลปากร ส่วนกรมศิลปากร“เอาแต่ใจ” คิดว่าของตนถูกต้องฝ่ายเดียว ทั้งๆกรมศิลปากรอ่อนแอเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจน            ไร้เดียงสาก็ว่าได้ เลยดูถูกดูแคลนความรู้ของท้องถิ่น

ทางออกเรื่องนี้อยู่ที่ผู้บริหารคนใหม่ต้องยอมรับความจริงว่ากรมศิลปากร            มีข้อด้อยอ่อนแออยู่มาก ฉะนั้นต้องน้อมรับความคิดต่างของท้องถิ่นและของคนอื่นๆ เพื่อให้เกิดความหลากหลายกลายเป็นพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต่อไปข้างหน้า

(ซ้าย) กรมศิลปากรบริหารจัดการเมืองอู่ทองที่สุพรรณบุรีมาราว 50 ปี มีคลองชลประทานมาจ่อคูเมือง แต่ปล่อยคูเมืองตื้นเขินรกร้างเหมือนป่าดง (ขวา) พลังท้องถิ่นสุพรรณบุรีบริหารจัดการไม่ถึงปี ก็ระดมสรรพทรัพยากรที่มีมาขุดลอกคูเมืองอู่ทองอันเก่าแก่ที่สุดของสุวรรณภูมิ แล้วขอชลประทานไขน้ำเข้ามาหล่อเลี้ยง ต่อไปข้างหน้าเมื่อปลูกต้นไม้ให้เต็มแนวคันดิน ก็จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้อันรื่นรมย์ ถ้าปล่อยลำพังการบริหารจัดการของกรมศิลปากร อีก 50 ปี ก็คงไม่มีอย่างนี้

fluoxetine pregnancy buy prednisolone online cheap }