มติชนสุดสัปดาห์  ฉบับประจำวันอังคารที่ 14 กันยายน 2553

ครูไทยได้ค่าจ้างน้อย เลยต้องกังวลเรื่องรายได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของตนเองและครอบครัว

แล้วยังต้องเคร่งเครียดทำผลงานเพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ           ที่หมายถึงมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

ภาระข้างต้นที่ยกมาอย่างน้อย 2 เรื่อง ศ.ดร. ประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  ชี้ว่าเด็กประถมศึกษาตอนปลายจำนวนมากยังอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ เพราะครูไม่มีเวลาทุ่มเทให้เด็กจริงจัง ประกอบกับระบบการสอนไม่ตรงกับชีวิตจริง ก็ยิ่งส่งผลให้เด็กมีพื้นฐานการศึกษาอ่อนแอ แล้วเป็นผลเสียต่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งหมายรวมไปถึงการพัฒนาประเทศในอนาคตด้วย

“ในประเทศที่การศึกษามีความก้าวหน้าอย่างจีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, เวียดนาม  ครูมีรายได้สูง ทำให้ครูตั้งใจสอนอย่างจริงจัง ไม่ต้องห่วงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องกังวลสร้างผลงาน ครูสนใจกระบวนการสอนให้นักเรียนมีความรู้แท้จริง” อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลฯ ยกตัวอย่าง(มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 6 กันยายน 2553 หน้า 23)

มักพูดตามอุดมคติเสมอๆว่า “ครูต้องเป็นผู้รู้” หมายถึงตามทันความรู้ใหม่ๆที่ ก้าวหน้าในโลก แต่ในชีวิตจริงของครูไทยจะทำได้อย่างไร เมื่อต้องมีภาระอย่างน้อย            ที่ยกมา

ผู้บริหารโรงเรียนมีช่องทางสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชนเกี่ยวกับกิจกรรมความรู้ใหม่ๆที่ก้าวหน้าให้ครู, นักเรียน, ชุมชน เพื่อบรรเทาภาระครูได้ แต่ปัญหาอยู่ที่สำนึกของผู้บริหารโรงเรียนมีมากน้อยขนาดไหน?

มีคณะทำงานกลุ่มหนึ่งบอกเล่าประสบการณ์ตรงเมื่อไม่นานนี้ ว่าต้องการซื้อหาหนังสือทันสมัยล่าสุดของสำนักพิมพ์ต่างๆ ทั้งประเภทความรู้ทั่วไปและหนังสือเด็กที่เป็นการ์ตูนสมัยใหม่มีรูปเล่มแปลกๆ ไปหมุนเวียนให้โรงเรียนท้องถิ่นขาดแคลน

ขณะเดียวกันก็มีคณะทำงานอาสาสมัครไปพูดคุยเล่าเรื่องย่อให้นักเรียนระดับต่างๆอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือสองเดือนครั้งตามแต่จะตกลงกันกับโรงเรียน

ผู้อำนวยการโรงเรียนในอำเภอของจังหวัดหนึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพฯนัก ไม่ใส่ใจ ไม่ยินดียินร้าย เงียบไปเฉยๆ

คนกลุ่มนี้เลยงงมาก เพราะทุกอย่างทางโรงเรียนไม่ต้องจ่ายอะไรเลย

ปัญหาอยู่ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่อ่านหนังสือ ไม่รู้ความก้าวหน้าของความรู้ และไม่รู้จักโลก เลยไม่มีจิตใจแสวงหาเครือข่ายความร่วมมือภาคเอกชนทางกิจกรรมความรู้เพื่อเด็กและชุมชนขาดแคลน

นอกจากนั้นครูในโรงเรียนก็ต้องการเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กและชุมชน แต่           เสียโอกาสเพราะผู้อำนวยการอย่างนี้ ซึ่งน่าจะมีไม่น้อยในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

น่าสมเพชเวทนาครู, นักเรียน, และชุมชนท้องถิ่น ที่กระทรวงศึกษาธิการยกให้ผู้บริหารโรงเรียนแบบนี้มีอำนาจ

เจงกิสข่าน มหาบุรุษผู้เปลี่ยนโลก มองโกลไม่เพียงทำสงครามเพื่อสร้างจักรวรรดิเท่านั้น แต่ยังสร้างรากฐานวัฒนธรรมสากล จนกลายเป็นพื้นฐานของโลกสมัยใหม่

ยวาหระลาล เนห์รู ผู้สนับสนุนสันติภาพและบิดาแห่งเอกราชของอินเดีย กล่าวไว้ว่า “อเล็กซานเดอร์และซีซาร์ แทบไม่มีความสำคัญเลย เมื่ออยู่เบื้องหน้าเจงกิสข่าน”