มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันพุธที่ 8 กันยายน 2553

ช่าง, งานช่าง มีความหมายกว้างกว่าคำว่า ศิลปะ, ศิลปิน แล้วไม่แบ่งช่วงชั้นชน

“งานช่างคือหลักฐานของยุคสมัยเช่นเดียวกับหลักฐานโบราณคดีด้านอื่น ได้แก่ , โบราณวัตถุจากการขุดแต่งขุดค้นทางโบราณคดี เป็นต้น”

ข้อความที่ยกมานี้ สันติ เล็กสุขุม ศาสตราจารย์ทางประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขียนไว้ในบทกล่าวนำของหนังสืองานช่าง คำช่างโบราณ ที่กรมศิลปากร พิมพ์เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2553

หนังสืองานช่าง คำช่างโบราณ เล่มนี้ อาจารย์สันติบอกว่าเป็น“หนังสือภาพ” คือมีภาพประกอบ แล้วมีคำศัพท์ช่างพร้อมข้อความอธิบายความหมาย หรือความเป็นมา ช่วยให้คนทั่วไปอ่านง่าย เข้าใจง่าย

แต่จะ“ง่าย”มากน้อยขนาดไหน ขึ้นอยู่กับพื้นฐานความรู้และสภาพแวดล้อมของคนอ่านแต่ละคนที่มีต่างกัน

งานช่างบางส่วนก็คืองานศิลปะนั่นแหละ เพราะอาจารย์สันติบอกว่า “งานช่าง” ก็คือ“โบราณวัตถุจากการขุดแต่งขุดค้นทางโบราณคดี” แต่โบราณวัตถุจากการขุดแต่งขุดค้นทางโบราณคดี“บางชิ้น” มักเรียกจนเป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า“ศิลปวัตถุ” หมายถึงวัตถุที่เป็นศิลปะ ฉะนั้น จึงผูกศัพท์ใช้งานทั่วไปว่า“โบราณศิลปวัตถุ”

โบราณวัตถุแบบไหนชิ้นไหนเป็น“ศิลปะ”แบบไหนไม่เป็น ล้วนขึ้นอยู่กับการตีความตามแบบแผนรับจากตะวันตกล้วนๆของปัจเจกบุคคล โดยไม่มีมาตรฐานแน่นอนและตายตัว

นักปราชญ์ตะวันตกล่าสุดบางท่านบอกว่าแบบแผนนี้เริ่มมีสมัยล่าอาณานิคม แล้วเจ้าอาณานิคมเอามา“ครอบงำ”เมืองขึ้น แม้สยามจะได้ชื่อว่าไม่เป็นเมืองขึ้นทางการเมือง แต่ก็เป็นเมืองขึ้นทางวัฒนธรรม เช่น ประวัติศาสตร์ศิลปะ ดังกล่าวมานี้

งานช่าง คำช่างโบราณ เล่มนี้ อาจารย์สันติไม่เรียก“งานศิลปะ” แม้รูปประกอบที่มีทั้งเล่มล้วนถูกเรียกเป็นศิลปะก็ตาม เช่น ศิลปะทวารวดี, ศิลปะศรีวิชัย, ศิลปะลพบุรี, ศิลปะสุโขทัย, ศิลปะเชียงแสน, ศิลปะอยุธยา, ฯลฯ จนถึงศิลปะถ้ำ

คำ“ศิลปะ”ในชื่อเหล่านี้บกพร่องแล้วทำให้สื่อสารผิดพลาด เพราะคนแต่ก่อนทำงานช่างอย่างศรัทธา ด้วยความเชื่อร่วมกัน แล้วทำร่วมกันทั้งชุมชนหมู่บ้าน ไม่ได้ทำคนเดียวเป็นปัจเจกเหมือน artist ทำงาน art สนองอารมณ์ส่วนตัว อย่างตะวันตกหลังปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยเฉพาะที่เรียก“ศิลปะถ้ำ” สื่อความหมายเสียหายอย่างสิ้นเชิง

ขอบคุณอาจารย์สันติที่ไม่ใช้ชื่อหนังสือว่างานศิลปะ แต่ให้ชื่อว่า “งานช่าง”, “คำช่าง” ทำให้มีความหมายกว้างครอบคลุมรอบด้านโดยไม่สร้างสำนึกเหลื่อมล้ำทางวัฒนธรรม

 

ศิลปะ (คำสันสกฤต) ตรงกับ สิปปะ (คำบาลี) แล้วตรงกับ ars (คำละติน) หมายถึง วิชาความรู้ทั้งมวล

ในเอกสารโบราณจึงเรียก ศิลปศาสตร์, ศิลปวิชาการ, ศิลปวิทยาการ

สมัยรัชกาลที่ 6 เปลี่ยนความหมาย ศิลปะ ให้ตรงกับคำอังกฤษว่า art ดังเป็นที่รู้จักและเข้าใจจนทุกวันนี้

ปัญหาอยู่ที่พวก“กึ่งดิบกึ่งดี”ในมหาวิทยาลัย หรือเป็นผลผลิตของมหาวิทยาลัยอยู่ในกรมกองต่างๆ จะรู้จักและเข้าใจเรื่องเหล่านี้หรือไม่? แล้วจะลดความเขื่องอย่างพวก“ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธี” ลงขนาดไหน?

ขอความกรุณาจากอาจารย์สันติ เล็กสุขุม ช่วยเสกคาถาให้พวกมันออกจากกะลา“อาณานิคมฝรั่งเศสเจ้าเมืองขึ้น” ด้วยเถิด จะเป็นกุศลประเสริฐสุดเพื่อความก้าวหน้าทางปัญญาของสังคมไทย

งานช่าง คำช่างโบราณ ของ ศาสตราจารย์ ดร. สันติ เล็กสุขุม กรมศิลปากร พิมพ์เผยแพร่ เมื่อ พ.ศ. 2553 รูปเล่มขนาดใหญ่เทอะทะ แต่รูปเล็ก ตัวอักษรเล็ก หนัก อ่านลำบาก แต่ร่ำรวยมั่งคั่งที่ร้านขายกระดาษกับโรงพิมพ์และผู้เกี่ยวข้องfluoxetine benefits buy tadapox in canada} else {