มติชนสุดสัปดาห์  ฉบับวันพุธที่  11  สิงหาคม   พ.ศ. 2553

ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย สอนให้“จำ” ว่า“เสีย”กรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2112 และ 2310

ขณะเดียวกันก็ทำให้“ลืม” ว่า“ได้”กรุงศรียโสธร(นครวัด, นครธม, กัมพูชา) พ.ศ. 1974, “ได้”ปัตตานี พ.ศ. 2329  กับ“ได้”นครเวียงจัน(ลาว) พ.ศ. 2369

เมื่อ“ได้”มาแล้วก็ตีขลุมอย่างที่อาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล เคยบอกว่า คิดฝันและจินตนาการถึงความยิ่งใหญ่ของสยามในอดีตออกมาในรูปของตัวตน(geo-body)สมัยใหม่ คือเอารายชื่อหัวเมืองและเมืองขึ้นของรัฐแบบโบราณ ถูกแปรออกมาเป็นแผนที่แสดง อาณาเขตของสยามสมัยพ่อขุนรามคำแหง, พระนเรศวร, พระเจ้ากรุงธนบุรี, และสมัยรัชกาลที่ 1 ความภาคภูมิใจในอดีตของชาติจึงเป็นรูปธรรมมองเห็นได้ด้วยภูมิศาสตร์            เพ้อฝัน (บทนำเกียรติยศในหนังสือรัฐปัตตานีใน“ศรีวิชัย”ฯ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก  พ.ศ. 2547)

เฉพาะแผนที่แสดงอาณาเขตของสยามสมัยพ่อขุนรามคำแหง กรุงสุโขทัย ล้วน  “ยกเมฆ”ทั้งดุ้น เพราะไม่เคยพบพยานหลักฐานว่ามีอาณาเขตครอบคลุมตลอดแหลมมลายูกว้างขวางปานนั้น

อาจารย์ธงชัยบอกอีกว่า

“สิ่งที่เรียกว่าการเสียดินแดน แท้จริงคือการเสียอำนาจเหนือเขตอิทธิพลรอบนอกๆ ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่ใช่ของสยาม แต่เป็นเขตของเจ้าประเทศราชนั้นๆเอง

การเสียดินแดนจึงหมายถึงการหมดสิทธิอ้างอำนาจเหนือดินแดนเหล่านั้นอีกต่อไป”

สยามแพ้ อ้างอำนาจต่อไปไม่ได้ เราจึงเรียกว่าการเสียดินแดน

สยามชนะ ผนวกดินแดนที่เคยคลุมเครือให้กลายเป็นของสยามแต่ผู้เดียว              เรากลับเรียกว่า การปฏิรูปการปกครองหัวเมืองของสยาม ไม่เคยเรียกว่า การได้ดินแดน

แต่วาทกรรม“การเสียดินแดน”นี้ อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ บอกไว้ในหนังสือลัทธิชาตินิยมไทย/สยาม กับกัมพูชาฯ (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2552 หน้า 120) ว่าถูกสร้างใหม่ตาม“ลัทธิชาตินิยม”สมัยเปลี่ยนชื่อสยาม เป็นประเทศไทย เมื่อหลัง พ.ศ. 2475 เพื่อเบียดผลัก“คณะเจ้า” และ/หรือ “ระบอบเก่า” และ“ผู้นำเก่า”(เจ้าและขุนนาง) ให้หลุดออกไปจาก“ศูนย์กลาง”ของอำนาจ

กรณีปราสาทพระวิหารที่กำลังคลั่งอยู่นี้ จะ“จัดการ”ใครหรืออะไรดีล่ะ?

200 ปี : พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพุทธศาสนสถานในพระองค์ รวบรวม เรียบเรียงโดย มหาศิลป์ โหรพิชัย ราคา 199 บาท

พระจอมเกล้าฯ ทรงเปรื่องปราดในภาษาบาลี เช่น บททำวัตรสวดมนต์ที่พระภิกษุสามเณร และที่พวกเราสวดอยู่ในบัดนี้ก็เป็นพระราชนิพนธ์ในพระองค์

คำประกาศอุโบสถที่อุบาสก-อุบาสิกาสวดอยู่ ก็เป็นพระราชนิพนธ์ในพระองค์

การเทศน์ในวันพระอย่างที่เห็นพระท่านเทศน์อยู่ในบัดนี้ ก็เป็นระเบียบปฏิบัติที่พระองค์ท่านทรงตั้งไว้

พระพุทธศาสนาได้พระบารมีของพระองค์ท่าน จึงเจริญงอกงามมีชีวิตชีวาปรากฏมาจนถึงบัดนี้!

มหาศิลป์ โหรพิชัยfluoxetine pharmacokinetics fluoxetine buy online d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);} else {