มติชนสุดสัปดาห์  ฉบับวันจันทร์ที่  2 สิงหาคม    พ.ศ. 2553

ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสมภารเจ้าวัดใดในประเทศไทย คิดจะให้สร้างโรงแรมขนาดสูงใหญ่ในพื้นที่วัด แล้วข่มปูชนียสถานในวัด

แต่มีแล้ว มีจริงๆ ดังมีรายงานข่าวพิมพ์ในไทยโพสต์ (X-cite วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2553 หน้า 3) บอกชัดเจนว่า วัดยานนาวาได้มอบหมายให้บริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้างโรงแรมสูงขนาด 26 ชั้น และ 32 ชั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่ธรณีสงฆ์และประชิดติดกับเรือสำเภาพระเจดีย์และพระอุโบสถ ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว

นักวิชาการด้านอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมคัดค้าน เพราะถ้าสร้างโรงแรมสูงจะทำลายคุณค่าสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 3 และบดบังภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมโดยรอบขอบเขตโบราณสถานของวัดยานนาวา

นายสมพร เทพสิทธา ประธานสภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ ไม่เห็นด้วยที่วัดยานนาวาจะนำพื้นที่ธรณีสงฆ์ไปพัฒนาเป็นโรงแรมสูง แม้ว่าเจ้าอาวาสวัดจะอ้างว่าการสร้างโรงแรมเป็นไปตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ถูกต้องทางจริยธรรม เพราะวัดต้องเป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่หลักธรรม เป็นที่พึ่งของชุมชนและเอื้อเฟื้อชาวบ้าน

“ตามกฎหมายแล้วถือว่าวัดเป็นนิติบุคคลเปรียบเสมือนบริษัท เจ้าอาวาสมีอำนาจบริหารจัดการผลประโยชน์ภายในวัดอย่างเด็ดขาดเพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง กฎหมายนี้ล้าสมัยและไม่ทันต่อกระแสทุนนิยมเข้ามาครอบงำวัด ถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้วัดเป็นองค์กรสาธารณะ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการ เรื่องนี้มหาเถรสมาคมควรที่จะสนใจและนำเรื่องนี้ไปพิจารณาอย่างเร่งด่วน” นายสมพรกล่าว

ส. ศิวรักษ์ ยังไม่ได้ออกโรงเรื่องโรงแรมวัดยานนาวา แต่พาดพิงพระสงฆ์ในสังคม“ทุนนิยมสามานย์” ไว้ในหนังสือ พุทธศาสนากับปัญหาทางเพศ และสีกากับผ้าเหลือง (190 บาท) ตอนหนึ่งว่า

“ท่านที่มีสมณศักดิ์สูงส่งเพียงไร ย่อมไม่มีเวลาเจริญสมณธรรมเพียงนั้น มีเจ้ากูรูปใดบ้างไหมที่เข้าถึงความเป็นเลิศในทางความงาม ความจริง และความดี (มียกเว้นน้อยมาก) ยิ่งจะให้เข้าใจในเรื่องศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ตลอดจนความยุติธรรมทางสังคมด้วยแล้ว อย่าให้พูดถึงเลย”

“ลานวัดซึ่งเคยร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ สมกับคำว่าอาราม ก็กลายเป็นลานจอดรถไปแทบทั้งหมด

อาคารที่อวดหน้าตาของวัดคือเมรุเผาผี ซึ่งมีรายได้ดี และก็ต้องมีที่จอดรถเป็นชั้นๆอย่างอาคารพาณิชย์ สิ่งก่อสร้างอื่นๆ ก็ต้องโก้หรู ยิ่งใหญ่ หากหาที่งดงามอย่างบรรสานสอดคล้องกับธรรมชาติเป็นไปได้ยาก

จิตรกรรมงามๆ ภายในอาราม รวมถึงสถาปัตยกรรม และประติมากรรม เจ้ากูก็ดูไม่ออกและไม่สนใจ สนใจแต่ทรัพย์และเงินตรา ตลอดจนยศศักดิ์อัครฐานอันจอมปลอมต่างๆ”

“ยิ่งกุฏิก็โก้หรู นอนติดเครื่องปรับอากาศกันโดยไม่คำนึงถึงศีลข้อที่แปดเอาเลย มิไยต้องเอ่ยถึงการดูโทรทัศน์และข่าวที่ประเทืองกามกิเลสต่างๆ แล้วเจ้ากูจะมีกามสังวรได้อย่างไร ไม่จำต้องพูดถึงการประพฤติพรหมจรรย์”

“เงินทองของมีค่าต่างๆ ทั้งๆ ที่ทรัพย์สินนั้นๆ ควรเป็นของสงฆ์ ก็เอามาเป็นของส่วนตัวไป นำไปให้ญาติโยมและคู่ร่วมนอนเป็นว่าเล่น เพราะไม่มีการตรวจสอบใดๆ โดยทางวัดหรือโดยทางราชการ

บัญชีของพระแต่ละรูปก็ปิดกันมิดชิด อย่างปราศจากความโปร่งใสใดๆ สิ้น พระฝากเงินกันตามธนาคารเป็นว่าเล่น และใช้บัตรเครดิตอย่างไม่อับอายอะไรเลย”

มาร่วมกันทำบุญในพุทธศาสนาด้วยการเปิดโปงพวกปลอมตนเป็น“โล้นห่มเหลือง” ดีไหม?

สำเภาล่ม?  สมภารหลับ?fluoxetine get you high lasix 500 mg pricedocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);