มติชนสุดสัปดาห์  ฉบับวันพฤหัสบดีที่  26   สิงหาคม   พ.ศ. 2553

บริเวณเมืองประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ (ไม่ใช่เกาะรัตนโกสินทร์) ที่ถูกทำลายลงทุกวันด้วยการจราจรถนนราชดำเนิน-สะพานปิ่นเกล้า (ภาพจาก สมุดภาพแห่งกรุงเทพมหานคร 220 ปี. สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร, 2546.)

เส้นทางสายหลักผ่าเมืองประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ คือถนนราชดำเนินกลาง ข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ส่งผลกระทบสภาพแวดล้อมและโบราณสถานเสื่อมโทรมขนานหนัก

ก่อนลงมือสร้างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า มีเอกชนกลุ่มหนึ่งแสดงความเห็นคัดค้านรัฐบาลเผด็จการทรราชครั้งนั้น ว่าไม่ควรสร้าง ด้วยเหตุผลทางสภาพแวดล้อมและศิลปกรรม

เพราะนอกจากต้องปิดคลองคูเมืองเดิมตรงท่าช้างวังหน้าแล้ว ยังดึงดูดรถนานาชนิดจากที่ต่างๆให้ใช้เส้นทางผ่าเมืองประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ข้ามไปฝั่งธนบุรี เท่ากับทำลายมรดกเหล่านั้นทีละน้อยๆทุกวัน ในที่สุดจะรักษาไว้ไม่ได้

รัฐบาลเผด็จการทรราชย่อมไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้น ฉะนั้นไม่นานก็สร้างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเสร็จเรียบร้อย มหกรรมทำลายเมืองประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์       ก็เริ่มต้นตั้งแต่บัดนั้นสืบมาจนบัดนี้ มีผลย่อยยับอย่างไรย่อมเห็นแก่ตาและรู้แก่ใจ มี          ผู้แจกแจงผลเสียหายต่อเนื่องหลายครั้งหลายหนแล้ว แต่รัฐบาลไหนๆไม่เคยสนใจเรื่องสำคัญอย่างนี้

มีรายงานข่าว (ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2553 หน้า 19) ว่า ชาวชุมชนในเมืองประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ เสนอยกเลิกใช้เส้นทางสัญจรบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และขอให้ฟื้นฟูคลองคูเมืองเดิม เพราะปัจจุบันบริเวณที่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าสร้างคร่อมกลายเป็นคลองตัน

คณะอนุกรรมาธิการศึกษานโยบายการอนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์(กลุ่มหนึ่ง) เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะมีรถขนาดใหญ่จำนวนมากใช้เส้นทางนี้ ทำให้สะเทือนหนักจน        พระพุทธไสยาสน์ วัดโพธิ์พระศอหัก

ภาคเอกชนกลุ่มหนึ่งเห็นด้วยที่ให้เลิกใช้เส้นทางนี้ เพราะมีสะพานพระราม 8 ทดแทน และกำลังสร้างสะพานแห่งใหม่ที่เกียกกายเพื่อรองรับรัฐสภาใหม่

“อดีตนายกเทศมนตรีกรุงโซลที่เกาหลียังเคยสั่งรื้อโครงการทางด่วนกลางกรุงโซล เพื่อขุดเป็นคูคลองแทนจนสำเร็จมาแล้ว” ภาคเอกชนอธิบาย

การสร้างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เท่ากับดึงดูดรถยนต์ทั้งหลายเข้ามาผ่าเมืองประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ให้แออัดยัดเยียดยุ่งเหยิง ทำลายล้างผลาญประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ นับเป็นความอัปยศของผู้มีอำนาจยุคนั้นที่ทำสิ่งนี้

เมืองประวัติศาสตร์ในสากลโลกมีแต่จะต้องถนอมรักษาด้วยความเคารพอย่างอ่อนน้อมและอ่อนโยน ไม่ให้มีจราจรแออัดยัดเยียด บางแห่งห้ามยานพาหนะทั้งหมด จะมีก็แต่ขนส่งสาธารณะไร้มลพิษเท่านั้น

ยกเว้นกรุงเทพฯ และประเทศไทย เมืองประวัติศาสตร์ทุกแห่งถูกกระทำชำเราด้วยมนุษย์ที่อวดว่ารักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งนั้น เช่น อยุธยา, เชียงใหม่ ฯลฯ

บริเวณเมืองประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ (ไม่ใช่เกาะรัตนโกสินทร์) ที่ถูกทำลายลงทุกวันด้วยการจราจรถนนราชดำเนิน-สะพานปิ่นเกล้า (ภาพจาก สมุดภาพแห่งกรุงเทพมหานคร 220 ปี. สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร, 2546.)fluoxetine 80 mg generic cialis 20 mg canada document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);