หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันอังคาร ที่  13  กรกฎาคม  2553

“การอ่าน‘ไม่’เป็นวาระแห่งชาติ” อีกต่อไปแล้ว เพราะรัฐบาล โดยนายกฯและรัฐมนตรีร่วมกัน“สร้างภาพ” สำเร็จได้ภาพสมปรารถนาแล้ว มีผลสรุปล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ ความว่า “เด็กไทยอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดไม่เป็น” จำนวนมากขึ้นกว่าเดิม

“ครูสอนเรื่องไกลตัวเด็กมากเกินไป ครูไทยยังขาดความเข้าใจ ขาดระบบคิดที่จะกระตุ้นเด็กให้เข้าสู่กระบวนการอ่านและเขียน” อาจารย์เสาวลักษณ์ รัตนวิชช์ ภาควิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แนะนำ (มติชน ฉบับวันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2553 หน้า 22) “จะสอนให้เด็กอ่านออก เขียนได้ ต้องเน้นความต่อเนื่องและต้องจริงจัง อีกทั้งต้องมีแรงจูงใจเด็กด้วย”

อาจารย์เสาวลักษณ์อธิบายเพิ่มเติมว่า การเรียนภาษา ต้องเริ่มที่อ่านให้เด็กฟังเมื่อเด็กยังอ่านไม่ออก ต่อเมื่อเด็กเริ่มอ่านได้แล้วต้องเน้นให้เด็กอ่านในสิ่งที่อยากรู้อยากเห็นและเป็นประโยชน์กับเด็กโดยตรง

“เมื่ออ่านได้แล้ว ต่อไปให้เด็กรู้จักฟังและเขียน” อาจารย์เสาวลักษณ์บอก แล้วย้ำว่า “ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่ต้องทำควบคู่กัน”

มีโรงเรียนวัดแห่งหนึ่งใน อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี สอนตั้งแต่เด็กเล็กถึงระดับประถมศึกษา มีผู้ศรัทธาตั้งกองทุนเล็กๆน้อยๆให้อาสาสมัครจากกรุงเทพฯซื้อหนังสือเด็ก เช่น การ์ตูนสีสวยเล่มโตๆ แล้วชวนกันออกไปอ่านให้เด็กฟัง, เล่านิทาน, เล่นเกมส์, ฯลฯ อาทิตย์ละครั้งบ้าง เดือนละครั้งบ้าง

ผอ.โรงเรียนไม่ได้ว่าอะไร แต่ไม่ใส่ใจ ไม่สนับสนุน และไม่ยินดียินร้าย ครูน้อยๆพลอยวิตก บรรดาอาสาสมัครเลยต้องสลายตัวตั้งแต่ยังไม่ได้ตั้งตัว

เด็กเสียโอกาส เพราะการอ่าน“ไม่”เป็นวาระแห่งชาติแล้ว ผอ. ก็ไม่สนใจนี่หว่า

นางริสรวล อร่ามเจริญ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผย (X-Cite ไทยโพสต์ ฉบับวันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2553 หน้า 3) ว่า

“ปัจจุบันเด็กไทยตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยมศึกษาอ่านหนังสือน้อยมาก เพราะไม่สามารถเข้าถึงหนังสือในห้องสมุด หนังสือไม่เพียงพอ และเนื้อหาไม่น่าสนใจสำหรับเด็ก”

 

 

ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี” ของ กศน. (ไม่ใช่ของประชาชน) ควรตั้งสติอ่านข้อความที่อยู่ในล้อมกรอบนี้ จะได้เข้าใจตรงกับคนอื่นๆ แล้วยอมรับความจริงว่าห้องสมุดทั่วไปมีปัญหา ต้องหาแนวร่วมและเครือข่ายจากทุกฝ่ายให้ร่วมกันแก้ไขจนกว่าจะได้ผล

ไม่ใช่อวดดื้อถือดี ทำให้เด็กๆ เสียโอกาส

โสกราตีส เปลโต แต่ง ส.ศิวรักษ์ แปลและเรียบเรียง

“งานอันสำคัญที่เกี่ยวกับโสกราตีสนั้นคงได้แก่บทนิพนธ์ของเปลโตนั่นเอง แม้จะมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่โดยที่เป็นปราชญ์ฉลาดพอๆ กัน และเปลโตก็ทันได้ฟังคำสั่งสอนของโสกราตีสเอง ทั้งยังยกย่องอาจารย์เป็นอย่างมาก ใครที่จะศึกษาค้นคว้าต้นตอเกี่ยวกับระบบปรัชญา ตลอดจนประวัติของโสกราตีส ย่อมต้องอ่านข้อเขียนของเปลโตอยู่เอง”

ส.ศิวรักษ์

ข้อความต่างด้าว โดย บุญชิต ฟักมี

เรื่องราวที่เล่าขานใน “ข้อความต่างด้าว” ดูจะย้ำเตือนให้ผู้ที่ได้ลิ้มรสครุ่นคิด ต่อสังคม ชีวิต และความเป็นมนุษย์ได้ไม่มากก็น้อย ไม่ว่าคุณจะชอบเรื่องราวจาก “ต่างด้าว” หรือสายตาจาก “ต่างด้าว” ที่ตระหนักรู้ เสียดสี และเย้ยหยัน “ชีวิต” “สังคม” “ความเป็นมนุษย์” หรือไม่ก็ตาม