มติชนสุดสัปดาห์  ฉบับวันพุธที่  28 กรกฎาคม   พ.ศ. 2553

“กาลเมื่อก่อนนั้น ก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด”

พงศาวดารล้านช้าง

 

ข้อความที่ยกมาในกรอบข้างบนนี้ เป็นถ้อยพรรณนาขึ้นต้น“ตำนาน”กำเนิดมนุษย์จากน้ำเต้าปุง ที่สถาบันการศึกษาแห่งชาติของ“ไทยแท้”ปฏิเสธไม่รับเป็นเอกสารวรรณคดีจากความทรงจำ(เพราะไม่ใช่ศิลาจารึกของเจ้านาย)

ประโยคสำคัญตอนท้ายว่า “ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด” เพื่อจะบอกให้รู้ว่าคนมีชีวิตยุคนั้น ขณะนั้น มีความทรงจำเกี่ยวกับ(ผี)บรรพชนทั้งหลาย(ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย) ไม่หลงลืม และไม่ลบเลือน เพราะต่างพากันพูดจาบอกกล่าวเล่าขานสืบต่อกันปากต่อปาก แล้วไม่ละเลยเลี้ยงผี(บรรพชน)อย่างมีสำนึก เช่น “กินข้าวให้บอกให้หมาย กินแลงกินงายให้บอกแถน”, “กินชิ้น(เนื้อ)ก็ให้ส่งขา กินปลาก็ให้ส่งรอย(ก้าง)”, “กินข้าวไม่ลืมเสื้อ(ผีเชื้อ)นา กินปลาไม่ลืมเสื้อ(ผีเชื้อ)น้ำ” ฯลฯ

ผี มีรอบกายและใจเราทุกขณะ และมีความหมายหลายอย่าง เช่น หมายถึงสาง เรียกผีสาง, หมายถึงเทวดา เรียกผีสางเทวดา, หมายถึงเจ้า เรียกทรงเจ้าเข้าผี และไหว้ผีไหว้เจ้า, หมายถึงกษัตริย์ เรียกผีฟ้า

ศาสนาผี ของผู้คนชนเผ่าดั้งเดิมดึกดำบรรพ์สุวรรณภูมินับพันนับหมื่นปีมาแล้ว มีผู้หญิงเป็นหัวหน้าหรือประธานพิธีกรรม (ราว พ.ศ. 1000 ศาสนาผีของผู้หญิงถูกผู้ชายริบอำนาจไป แล้วยกเอาศาสนาพุทธ, พราหมณ์ของผู้ชายมาแทนที่ ผู้หญิงเลยตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ชายนับแต่นั้นมา)

ผีดีปกป้องคุ้มครองมนุษย์ ผีเลวทำร้ายผู้คน

I saw dead people! 19 May 10 เป็นข้อความที่มีคนกลุ่มหนึ่งเอาไปติดแถวราชประสงค์ แต่— “คนไม่เห็นผี” อาจารย์เกษียร เตชะพีระ บอกไว้ในมติชน(ฉบับวันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม 2553 หน้า 6)

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง นำริบบิ้นสีแดงมาผูกที่บริเวณรั้วริมถนนหน้าป้ายชื่อแยกราชประสงค์ เมื่อ 18 กรกฎาคม 2553 เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้นำไปผูกที่ป้าย เพื่อรำลึกถึงการเสียชีวิตของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ณ บริเวณแยกราชประสงค์ (ภาพโดย สุรินทร์ มุขศรี มติชน)