มติชนสุดสัปดาห์  ฉบับวันศุกร์ที่  23 กรกฎาคม   พ.ศ. 2553

“คนไทยอ่านหนังสือลดลง แต่เรายังขาดกิจกรรมที่กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนรักการอ่านมากขึ้น”

นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปรารภเกี่ยวกับการอ่านของคนไทย (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 20 กรกฎาคม 2553 หน้า 23)

“กศน. ควรส่งเสริมการอ่านเพื่อป้องกันการลืมหนังสือของประชาชน” ปลัดกระทรวงศึกษาธิการพูดถึง กศน. (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย) “หนังสือ กศน.ตำบลที่มีอยู่ยังขาดความหลากหลาย ไม่จูงใจ ไม่ส่งเสริมให้ประชาชนอยากอ่าน—หนังสือใน กศน. ควรมีความหลากหลายมากกว่าที่เป็นอยู่”

แต่ กศน. ที่ผ่านมาไม่ยอมรับความจริงว่าห้องสมุดประชาชนที่อยู่ในความดูแลยังขาดตกบกพร่อง ขาดความหลากหลาย ไม่จูงใจ และไม่ส่งเสริมให้ประชาชนอยากอ่าน เพราะมีหนังสือดีๆจำนวนน้อย ส่วนมากเป็นหนังสือโหลๆ แล้วไม่แสวงหาความร่วมมือจากแหล่งทรัพยากรต่างๆ ทั้งๆทำได้ไม่ยาก ซึ่งถ้าทำได้จะมีคุณค่าสำคัญอย่างยิ่ง ดังมีผู้แนะนำว่า—

“ประเทศไทยยังลงทุนด้านการศึกษานอกระบบ (Informal Education) น้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศที่ประสบความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการให้การศึกษาที่เน้นให้ประชาชนรู้จัก ‘กระบวนการคิด’ เพื่อนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาไปใช้ในการ ‘ต่อยอด’ ประกอบอาชีพ

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) หรือ OKMD ตระหนักถึงความสำคัญจุดนี้ ล่าสุดจึงร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการสร้าง ‘แหล่งเรียนรู้ต้นแบบ’ โดยใช้ ‘ห้องสมุดประชาชน’ ซึ่งเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ของประชาชนในพื้นที่มาพัฒนาและบริหารจัดการใหม่เพื่อต่อยอดทางความคิดในการประกอบอาชีพที่แท้จริงและตอบโจทย์ความต้องการของระบบเศรษฐกิจใหม่ได้ ภายใต้ชื่อ ‘โครงการศูนย์ความรู้กินได้’” (ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) เขียนไว้ในกรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม 2553 หน้า 5)

“ต้องพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ ทั้งในระบบโรงเรียน, นอกระบบ, ตามอัธยาศัย”

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) ด้านการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้บอกว่าจะเริ่มทดลองปฏิบัติตามแนวคิดต่างๆ ใน 5 พื้นที่ คือ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, อุดรธานี, นครสวรรค์, นครศรีธรรมราช เพื่อเอาผลมาถอดเป็นบทเรียนมาปฏิบัติจริงต่อไป (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 20 กรกฎาคม 2553 หน้า 22)

“การสอน หรือทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเป็นครั้งคราว—ไม่มีประโยชน์” นายสุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กล่าวถึงกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในสถาบันการศึกษา รวมทั้งห้องสมุด (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 20 กรกฎาคม 2553 หน้า 23) แต่ต้องทำกิจกรรมทุกวัน จนเป็นกิจวัตร รวมทั้งควรมีการจัดมุมหนังสือหรือห้องสมุดทั้งที่บ้านและในห้องเรียน เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมการอ่าน”

สังคมไทยชอบชี้นิ้วสั่งสอน แต่ไม่ชอบสั่งสมด้วยการทำสภาพแวดล้อมให้กระตุ้นต่อมความอยากรู้ อยากเห็น และอยากอ่าน

ครั้นเขียนแนะนำก็ไม่พอใจ เพราะคนพวกนี้อยากเห็นชาวบ้านโง่เง่ากว่าตนที่ทำตัวเป็นเจ้านายของชาวบ้านตลอดกาล

ฅ คน Magazine ฉบับกรกฎาคม 2553 สุนทรียสนทนา วิศิษฐ์ วังวิญญู

“กระทรวงศึกษาฯ เป็นจุดอ่อนของพรรคประชาธิปัตย์ คือมีโอกาสดูแลกระทรวงศึกษาฯ เยอะมากเลย แต่ห่วยที่สุดเลย ปฏิรูปการศึกษาไม่เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้นคนที่เห็นอภิสิทธิ์หล่อนี่—-หล่ออย่างเดียวไม่พอ ต้องเข้าใจให้ลึกด้วยว่าคุณจะปฏิรูปกระทรวงศึกษาฯ อย่างไร

คุณจับมาตลอด ล้มเหลวมาตลอด ลองทำให้มีน้ำยาสิ อันนี้ขอท้าประชาธิปัตย์ และจะท้าทุกคน ท้าคุณทักษิณด้วย”