หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16  กรกฎาคม  2553

ถือครองที่ดินไม่เป็นธรรม ถ้าไม่แก้ปัญหาก็ปฏิรูปประเทศไม่ได้ ขณะเดียวกันถ้าไม่แก้ปัญหาโครงสร้าง ก็สร้างความเป็นธรรมไม่ได้เมื่อระบบการศึกษาไม่เป็นธรรมและไม่มีสำนึกท้องถิ่น

ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์ ประธานมูลนิธิชุมชนไท บอกไว้ในการบรรยายพิเศษเรื่อง“ปัญหาที่ดินกับทิศทางปฏิรูปประเทศไทย” ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ (ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 5-วันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2553 หน้า 35) ว่า

หากประเทศไทยไม่ตั้งต้นจากการแก้ปัญหาความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน ประเทศอาจต้องลุกเป็นไฟ เพราะปรากฏการณ์ม็อบส่วนใหญ่มีข้อประท้วงเรื่อง“ที่ดิน” และลุกลามเป็นปัญหา“ความเหลื่อมล้ำ” และ“ความไม่เท่าเทียม”

“ปัญหาที่ดินแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมมากกว่ารายได้” ม.ร.ว. อคิน อธิบายปัญหาที่ดิน “เกิดจากความมักง่าย ประมาท และการปฏิบัติอย่างเถรตรง ไม่ยืดหยุ่นของราชการ ตลอดจนการปฏิบัติที่มีเล่ห์เหลี่ยม คอร์รัปชั่น นับตั้งแต่การประกาศอุทยานทับพื้นที่ดินทำกิน การขับไล่พี่น้องชาวชุมชนออกจากที่อยู่อาศัย รวมทั้งนายทุนออกโฉนดทับชุมชน ซึ่งต้นเหตุความจริงส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาประเทศแบบทุนนิยมที่ต้องการให้ประเทศก้าวไปสู่ความร่ำรวย”

นพ. ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ปฏิบัติการของชุมชนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” (เมื่อวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2553 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พิมพ์ในกรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 6 กรกฎาคม 2553 หน้า 2)

 

“ต้องตั้งรูปประเทศใหม่โดยเอาท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง นอกเหนือจากนั้นต้องสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การศึกษา การเมืองการปกครอง ต้องหนุนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง”

ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการปฏิรูปท้องถิ่นประกอบด้วย

 แก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง  ‚ ปรับบทบาทของกระทรวงมหาดไทย จากการใช้อำนาจมาเป็นการสนับสนุน ปรับบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด จากการเป็นผู้บริหารมาเป็นผู้กำกับ ƒ ให้ชุมชนมีสิทธิในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน „ ชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิในการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตนเอง จัดโดยชุมชนและเพื่อชุมชน …  ไม่ให้เศรษฐกิจมหภาคทำลายเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น อาทิ การไม่ให้ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ลงไปตั้งในท้องถิ่นเพรา

หากประเทศไทยไม่ตั้งต้นจากการแก้ปัญหาความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน ประเทศอาจต้องลุกเป็นไฟ เพราะปรากฏการณ์ม็อบส่วนใหญ่มีข้อประท้วงเรื่อง“ที่ดิน” และลุกลามเป็นปัญหา“ความเหลื่อมล้ำ” และ“ความไม่เท่าเทียม”

“ปัญหาที่ดินแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมมากกว่ารายได้” ม.ร.ว. อคิน อธิบายปัญหาที่ดิน “เกิดจากความมักง่าย ประมาท และการปฏิบัติอย่างเถรตรง ไม่ยืดหยุ่นของราชการ ตลอดจนการปฏิบัติที่มีเล่ห์เหลี่ยม คอร์รัปชั่น นับตั้งแต่การประกาศอุทยานทับพื้นที่ดินทำกิน การขับไล่พี่น้องชาวชุมชนออกจากที่อยู่อาศัย รวมทั้งนายทุนออกโฉนดทับชุมชน ซึ่งต้นเหตุความจริงส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาประเทศแบบทุนนิยมที่ต้องการให้ประเทศก้าวไปสู่ความร่ำรวย”

นพ. ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ปฏิบัติการของชุมชนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” (เมื่อวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2553 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พิมพ์ในกรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 6 กรกฎาคม 2553 หน้า 2)

 

“ต้องตั้งรูปประเทศใหม่โดยเอาท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง นอกเหนือจากนั้นต้องสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การศึกษา การเมืองการปกครอง ต้องหนุนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง”

ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการปฏิรูปท้องถิ่นประกอบด้วย

 แก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง   ปรับบทบาทของกระทรวงมหาดไทย จากการใช้อำนาจมาเป็นการสนับสนุน ปรับบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด จากการเป็นผู้บริหารมาเป็นผู้กำกับ  ให้ชุมชนมีสิทธิในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน  ชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิในการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตนเอง จัดโดยชุมชนและเพื่อชุมชน …  ไม่ให้เศรษฐกิจมหภาคทำลายเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น อาทิ การไม่ให้ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ลงไปตั้งในท้องถิ่นเพราะรายเล็กสำคัญกว่ารายใหญ่ เศรษฐกิจมหภาคต้องมาเชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนอย่างเกื้อหนุนกัน  ให้แต่ละจังหวัดมีอย่างน้อย 1 มหาวิทยาลัยที่ทำงานส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนในหนึ่งจังหวัด และ  ให้นายกฯ รัฐมนตรีตั้งองค์กรอิสระเพื่อพัฒนาการปกครองตนเองของชุมชนท้องถิ่น

 

ผลการประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา เมื่อเร็วๆนี้ ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้สอนให้นิสิต นักศึกษาลงไปสัมผัสกับสังคมจริงๆ

หลักสูตรส่วนใหญ่ยังนำความรู้จากต่างประเทศมาปรับใช้ และเน้นการสอนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเป็นหลัก จึงขาดการปลูกฝังเรื่องการมีจิตสำนึก ความรับผิดชอบทางสังคม

หากมหาวิทยาลัยจะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมอย่างแท้จริง ก็จะต้องใกล้ชิดกับสังคมมากขึ้น โดยปรับวิธีการสอนนำนักศึกษาออกไปสัมผัสกับชุมชนและสังคม (ASTV ผู้จัดการ ฉบับวันอังคารที่ 6 กรกฎาคม 2553 หน้า 10)

กก. ‘อิน-จัน’ – นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานกรรมการปฏิรูป และ ศ.นพ. ประเวศ วะสี ประธานกรรมการสมัชชาปฏิรูป ร่วมแถลงข่าวเปิดเผยรายชื่อกรรมการทั้ง 2 ชุด โดยนายอานันท์ระบุว่ากรรมการทั้ง 2 ชุด จะทำงานเหมือนเป็นแฝด “อิน-จัน” ที่บ้านพิษณุโลก เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม (ภาพและคำบรรยายจาก มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม 2553           หน้า 1)