มติชนสุดสัปดาห์  ฉบับวันจันทร์ที่  26  กรกฎาคม   พ.ศ. 2553

“กระทรวงศึกษาธิการ ควรเน้นเรื่องการเรียนวิชาภาษาไทย โดยเฉพาะการปลูกฝังตั้งแต่ระดับประถมศึกษา”

ศาสตราจารย์ ดร. กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย แสดงความเห็นเป็นประจำปีเกี่ยวกับภาษาไทย (ASTV ผู้จัดการ วันพุธที่ 21 กรกฎาคม 2553 หน้า 10)

“รวมถึงการส่งเสริมให้เด็กทุกชั้นวัยสามารถเขียนเรื่องราวที่มีความยาวได้—”

“เด็กยุคใหม่ไม่สามารถเขียนอะไรที่ยาวๆ ได้ เช่น เรียงความหรือบรรยายเรื่องราวต่างๆ ดังนั้นโรงเรียนควรจะเน้นให้เด็กได้มีทักษะการเขียนให้มาก ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความ บทวิจารณ์ และการเขียนในรูปแบบอื่นๆ ที่จะต้องให้เด็กได้ฝึกใช้คำและภาษาอย่างถูกต้อง” ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. กาญจนาอธิบายสุดท้าย

“อ่านออก—เขียนได้—คิดเป็น” มีความเกี่ยวดองเนื้อเดียวกัน จะขอยกข้อเขียนของ สุกัญญา หาญตระกูล ในเนชั่น สุดสัปดาห์ มาให้อ่านดังนี้

“ไหนๆ ก็ว่าจะผลิตครูพันธุ์ใหม่ ก็จงอย่าได้หน้ามืดตามัวเอาใจใส่แต่ครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ จนลืมครูภาษาไทยพันธุ์ใหม่ (ที่กำลังจะถูกผลิตโดยครูพันธุ์เก่า?)

อันความสำคัญของครูภาษาไทย โดยเฉพาะในระดับประถมต้นนั้น เราไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกว่าคือ ภาษา (ไทย) คือเครื่องมือในการเรียนรู้วิชาอื่นๆ ทุกวิชา หากไม่ให้เครื่องมือตอนนี้ หรือให้แบบแตกๆ หักๆ วิชาสวรรค์วิมานหรือกองทุนเพื่อการศึกษาอะไรต่อไปภายหน้ามันก็คือปราสาทบนกองทรายทั้งนั้น—”

ปัญหาเหล่านี้แก้ยาก เพราะ—

  1. ชอบโยนกลองให้ครูสอนวิชาภาษาไทยรับผิดแต่ผู้เดียว ครูสอนวิชาอื่นซึ่งต้องใช้ภาษาไทยสอน กลับไม่ร่วมกันแก้ไข
  2. ครูภาษาไทยหลงคิดว่าตัวเองเป็น“ผู้พิทักษ์ความเป็นไทย” โดยผ่านภาษาไทย เลยสอน“ภาษาไทยย้อนยุค” คือไม่สอดคล้องกับความจริงในชีวิตประจำวันที่ภาษาไทยมีความเปลี่ยนแปลงทุกลมหายใจเข้าออก ทำให้นักเรียนเบื่อหน่าย แล้วหนี
  3. 3. ช้างตายทั้งตัว ใบบัวปิดไม่มิด แต่ครูโรงเรียนและชุมชนท้องถิ่นจะช่วยกันปิดบังสิ่งไม่ดี สิ่งบกพร่องของครูในโรงเรียนด้วยข้ออ้างว่า “จะทำให้โรงเรียนเสียหาย”, “ชื่อเสียงชุมชนท้องถิ่นและอำเภอเสียหาย”, “จังหวัดเสียหาย”, ฯลฯ ในที่สุดปัญหาเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดไม่เป็น ไม่มีใครแก้ไข ปล่อยให้ผู้อำนวยการ (ผอ.) โรงเรียน และห้องสมุดประชาชนฯ ลอยนวล

คนรับเคราะห์ คือ เด็กนักเรียนทั้งชุมชนท้องถิ่น, ทั้งอำเภอ, อาจเป็นทั้งจังหวัด เหตุเพราะผู้ใหญ่ไม่อยากเสียหน้า (ด้านๆ)

ภาษากับเพลงดนตรีอยู่ควบคู่กลมกลืนกันมาแต่ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ แต่หลักสูตรการศึกษาสมัยใหม่ทำให้แยกจากกัน เลยไปด้วยกันไม่ได้ ทั้งๆเพลงดนตรีเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ของภาษาและวรรณคดี ขณะเดียวกันภาษาและวรรณคดีคือส่วนหนึ่งของเพลงดนตรี