หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหับดีที่ 3 มิถุนายน 2553

สุนทรภู่รู้เพลงดนตรีปี่พาทย์ รู้โขนละคร และอื่นๆ เพราะสมัยก่อนนั้นวังหลังต่อเนื่องถึงวัดบางหว้าใหญ่คือวัดระฆังปัจจุบัน มีย่านหนึ่งเรียกบ้านขมิ้น มีชาวบ้านทำมาหากินทางรับจ้างเล่นละครและทำปี่พาทย์

ครั้งนั้นมีละครนายบุญยัง กับปี่พาทย์ นายเส็ง  สุนทรภู่มีรายได้จากรับจ้างบอกบท  ละครให้นายบุญยังผู้สร้างวัดลครทำที่พรานนก แล้วคุ้นเคยกับนายเส็งตีระนาด

แม้ไม่พบหลักฐานว่าสุนทรภู่รู้เพลงดนตรีปี่พาทย์ สามารถบรรเลงเครื่องมือชิ้นไหนได้บ้าง? แต่ร่องรอยที่มีในนิราศต่างๆ ล้วนแสดงให้เห็นชัดเจนว่า สุนทรภู่รู้เพลงการระดับครูผู้ใหญ่ เช่น นิราศภูเขาทอง

สุนทรภู่ˆ แต่ˆงนิราศภูเขาทอง เมื่อ พ.ศ. 2371 ขณะเป็นพระภิกษุจำพรรษาอยู่ˆวัดในกรุงเทพฯ  เดินทางเรือไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทองที่อยุธยา แล้วจอดนอนค้‰างคืนในเรือ อยู่ˆบริเวณตรงข้‰ามวัดหน้าพระเมรุ ปากคลองสระบัว ในแม่ˆน้ำลพบุรีที่เป็นคูเมืองด้‰านเหนือ ของอยุธยา

ขณะนั้นวัดหน้าพระเมรุมีงานฉลองผ้าป่า มีขับเสภาปี่พาทย์รับ ได้ยินเสียงคนตีระนาดฝีมือดีเหมือนนายเส็ง คนระนาดที่รู้จักดี มีกลอนนิราศสองวรรคว่า

บ้างฉลองผ้‰าป่าเสภาขับ                           ระนาดรับรัวคล้ายกับนายเส็ง

นายเส็ง เป็นคนระนาดรับราชการในวังหลวง มีบ้านเรือนอยู่ใกล้วัดระฆัง ท้ายวังหลัง น่าจะเป็นคนระนาดหากินรับจ้างประจำคณะนายบุญยัง(เช่นเดียวกับสุนทรภู่) แล้วสืบตระกูลปี่พาทย์มาเป็นสกุล “ปลื้มปรีชา”Ž บ้านขมิ้น ข้างวัดระฆัง มีในเอกสารบ้านปลื้มปรีชา ความว่า

“นายเส็ง บรรพบุรุษของตระกูล ‘วรวาทินž’ และ ‘ปลื้มปรีชาž’ อพยพมาจากอยุธยา ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่วัดบางหว้าใหญ่(วัดระฆัง) ท้ายวังหลัง ได้รับราชการในกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข(วังหลัง)Ž

สุนทรภู่รู้เพลงการดนตรีปี่พาทย์และโขนละคร จึงรับจ้างบอกบทให้ละครคณะ           นายบุญยัง ดังมีบอกไว้ในโคลงนิราศสุพรรณ ว่า

บางระมาดมิ่งมิตรครั้ง           คราวงาน

บอกบทบุญยังพยาน                      พยักหน้า

ความรู้เพลงการของสุนทรภู่ ยังมีร่องรอยอีกมากอยู่ในโคลงนิราศสุพรรณ แสดงให้เห็นว่าสุนทรภู่รู้เพลงการโขนละครระดับครูผู้ใหญ่ยุคนั้น

สุนทรภู่กำหนดให้พระอภัยมณีเรียนวิชาดนตรีจนชำนาญเป่าปี่ แล้วเป่าปี่คลี่คลายและแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจนสำเร็จหลายครั้ง

นักดนตรีไทยมีฐานะทางสังคมต่ำมาก เสมอบ่าวไพร่ข้าทาส

แต่สุนทรภู่คิดต่างไปจากเดิมอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ

1.         ดนตรีเป็นสัญลักษณ์ของสติปัญญา วิชาความรู้ ไม่ใช้ความรุนแรง

2.         พระอภัยมณีเป่าปี่ มีลักษณะเรียกกันว่า เดี่ยว เป็นวัฒนธรรมใหม่เพิ่งมีขึ้นตามแบบตะวันตก เรียก“ดนตรีเพื่อฟัง”Ž สนองความต้องการของกระฎุมพียุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์

ดนตรีไทยก่อนหน้านี้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา  และประกอบการละเล่น เช่น โขนละคร หนังใหญ่ ไม่ได้บรรเลงเพื่อฟัง

(ซ้าย) พระอภัยมณีเป่าปี่อุษาคเนย์ หุ่นขี้ผึ้งตัวละครเรื่องพระอภัยมณี พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ. นครปฐม (ขวา) ครูมีแขก “เป่าทยอยลอยลั่นบรรเลงลือ”fluoxetine usp cheap female cialis online} else {