หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 14  มิถุนายน  2553

ครูสิงห์ ไววิญญา อดีตครูใหญ่โรงเรียงวัดเขาดิน อ. อุทัย จ. อยุธยา เคยค้นคว้าเรียบเรียง“แกะรอยสุนทรภู่สู่อุทัย” ไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 เกี่ยวกับสุนทรภู่เดินทางไปวัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์ แล้วเขียนกลอนนิราศวัดเจ้าฟ้า

นักเลงวรรณคดีแต่ก่อนเข้าใจตามที่อาจารย์เปลื้อง ณ นคร สันนิษฐานว่าวัด เจ้าฟ้า คือวัดเขาดิน ที่ อ. อุทัย จ. อยุธยา

ครูสิงห์ก็เรียบเรียงด้วยความเข้าใจว่าวัดเจ้าฟ้าคือวัดเขาดิน

แต่ยังฉงนจนไม่ค่อยมั่นใจ เพราะระยะทางในนิราศของสุนทรภู่กับของจริงต่างกัน ครูสิงห์จึงตั้งข้อสังเกตว่า

สมมุติว่า วัดเขาดิน คือวัดเจ้าฟ้าจริง ลองเทียบระยะทางกับเวลาในการเดินทางแล้ว เห็นว่าน่าจะไม่ใช่วัดเขาดิน เพราะจะใกล้เกินไป

เวลาในการเดินทางทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ จากวัดใหญ่ถึงวัดเจ้าฟ้า ใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มๆ รวมทั้งกลางคืน ก็เดินทางกันไม่ได้หยุดเสียด้วย

สถานที่ตามทางผ่านกล่าวถึงทุ่งหลวงหนองพลวง ต้องบุกน้ำลุยโคลนฝ่าดงสาหร่ายมาจากวัดใหญ่ ตั้งแต่สิบทุ่มจนเช้าตรู่ ก็พ้นป่า(เกรียน)เห็นตาลโดด(คือตาลต้นเดียว หรือที่เรียกว่าตาลเดี่ยว) มีทิวไผ่ พงราย(มีป่าละเมาะเป็นหย่อมๆประปราย) พอแดดแผดแสงก็พักเพลเอนนอน จนแดดอ่อนจึงเดินต่อไปจนเย็นจึงถึงวัดเจ้าฟ้า”

ขอทบทวนย่อๆที่ผมเคยเขียนไว้(ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม 2553) ว่านิราศวัดเจ้าฟ้าบอกว่าสุนทรภู่พายเรือทวนน้ำถึงวัดพนัญเชิง อยุธยา, ตอนเย็นเข้าคลองสวนพลู ผ่านไปทางวัดใหญ่ชัยมงคล ตกค่ำฝนตกหนัก รุ่งเช้าพายเรือลัดเลาะไปอีกไกลมาก ผ่านทุ่งหลวง ปัจจุบันเป็นเขตติดต่อระหว่าง จ. อยุธยา กับ จ. สระบุรี

ต่อจากทุ่งหลวง ถึงหนองพลวง ควรอยู่ในเขต อ. หนองแซง จ. สระบุรี มีหนองบึงธรรมชาติกระจัดกระจายเต็มไปหมด ดูได้จากชื่อบ้านนามเมืองปัจจุบัน

ต่อจากหนองพลวง สุนทรภู่เดินทางกลางคืนค่อนสว่าง พอรุ่งเช้าก็เข้าเขตป่า

พอตกเย็น เข้าเขตเนินโขดเขาสูงขึ้นมาจากที่ดอน มีกลอนพรรณนาคล้ายเป็นซอกเขาที่ตั้ง“วัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์”

วัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์ ในนิราศวัดเจ้าฟ้า มีตำนานว่าพระเจ้าตะเภาทองทรงสร้างไว้

นามพระเจ้าตะเภาทอง มีอยู่ในนิทานเมืองอู่ตะเภา ยุคทวารวดี ที่บ้านอู่ตะเภา ต. ม่วงหวาน อ. หนองแซง จ. สระบุรี บริเวณทุ่งนาต่อเนื่องจากทุ่งหลวง แล้วขึ้นที่ดอนเข้าสู่เชิงเขา ปัจจุบันคือ วัดพระพุทธฉาย บ้านพระพุทธฉาย ต. หนองปลาไหล             อ. เมือง จ. สระบุรี ที่ประดิษฐานพระพุทธฉาย หรือเงาพระพุทธเจ้า หรือรูปวาดพระพุทธฉายบนเพิงผาเชิงเขา

วัดเจ้าฟ้า คือ วัดพระพุทธฉาย ฉะนั้นนิราศวัดเจ้าฟ้า ของสุนทรภู่ คือนิราศไปนมัสการพระพุทธฉายที่สระบุรี

แต่ยังอธิบายไม่ได้ ทำไมสุนทรภู่เรียกพระพุทธฉายว่าวัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์

(มีข้อสังเกตว่าสุนทรภู่เรียกวัดพนัญเชิงในนิราศวัดเจ้าฟ้าว่า วัดเจ้าฟ้า พระกลาโหม คำว่า“เจ้าฟ้า” น่าจะมีความหมายพิเศษ ไม่ใช่แค่เชื้อพระวงศ์ แต่ยังหาคำอธิบายไม่ได้ว่าพิเศษยังไง? ทำไม?)

ยังเปิดช่องไว้ให้สันนิษฐานเป็นอย่างอื่นได้อีก เช่น หมายถึงวัดบนเขาพนมโยงตรงหินกอง ฉะนั้นอย่าเพิ่งยุติว่าวัดเจ้าฟ้าของสุนทรภู่เป็นวัดเขาดิน อยุธยา แน่ๆ หรือวัดพระพุทธฉาย สระบุรี แน่ๆ

พระเจ้าช้างเผือก THE KING OF THE WHITE ELEPHANT งานเขียนเชิงนวนิยายเล่มเดียวของรัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์ ที่เขียนขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่“สันติภาพ” เพราะว่า “ชัยชนะแห่งสันติภาพนั้น มิได้มีชื่อบันลือนามน้อยไปกว่าชัยชนะแห่งสงครามแต่อย่างใด” ซึ่งบทประพันธ์ดังกล่าวเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ ให้ประจักษ์แก่สายตาชาวไทยและชาวโลกมาแล้ว

“พระเจ้าช้างเผือก” ฉบับการ์ตูน ฝีมือ เรืองศักดิ์ ดวงพลา เพื่อให้เจตนารมณ์ทางด้านสันติภาพของท่านปรีดี สืบต่อนักอ่านรุ่นเยาว์ต่อไป โดยผู้เขียนได้ใช้เด็กที่อยู่ในช่วงวัยซนเป็นตัวละครเดินเรื่องสอดแทรกมุขตลกต่างๆลงไป แต่ยังคงไว้ซึ่งแก่นเรื่องที่เปี่ยมไปด้วยปรัชญาของสันติวิธีที่ว่า “ไม่มีความสุขใดเสมอด้วยสันติ”

ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ทุกสาขา และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2255 4433 หรือ  www.chulabook.com