หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพุธที่ 9 มิถุนายน 2553

ประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่น กับประวัติความเป็นมาของคนไทย, สังคมไทย, ประเทศไทย ตลอดจนประวัติความเป็นมาของวัฒนธรรมไทย         ล้วนนับเป็นเรื่องสำคัญกลุ่มหนึ่งที่ควรแบ่งปันเผยแพร่ให้เป็น“เครื่องมือ”ชิ้นหนึ่งของการส่งเสริมการอ่าน

สำนักงาน กศน. (การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) ได้จัดโครงการอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อจัดตั้งและพัฒนาอาสาสมัครส่งเสริมการอ่านในชุมชนและสร้างเครือข่ายในชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนใช้ กศน. ตำบล เป็นฐานการทำงาน เพื่อมาวางแผนการส่งเสริมการอ่าน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนหนังสือ และเตรียมจัดกิจกรรม

กศน. คัดเลือกอาสาสมัครส่งเสริมการอ่านที่เป็นประชาชน เพื่อจัดส่งอาสาสมัครรักการอ่านเข้าถึงพื้นที่ทุกตำบล โดยเริ่มนำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, นครศรีธรรมราช, เพชรบุรี, ขอนแก่น, และลำปาง

สิ่งหนึ่งที่ควรยกมา“อ่าน” คือประวัติความเป็นมาของฉะเชิงเทรา, นครศรีธรรมราช, เพชรบุรี, ขอนแก่น, ลำปาง, ฯลฯ

แต่ต้องเรียบเรียงอย่างง่ายๆ กระชับๆ สั้นๆ ย่นย่อแต่พอได้สาระสำคัญเท่านั้น ไม่ใช่เยิ่นเย้อยืดยาดอย่างตำราประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของอาจารย์มหาวิทยาลัย

คนไทยคือใคร? สังคมไทยเป็นยังไง? ประเทศไทยมาจากไหน? จนถึงอาหารไทยมาจากไหน? ข้าวหอมมะลิมายังไง? เมื่อไร? ฯลฯ

ประเพณีกราบไหว้ไม่ใช่ของไทยมาแต่ดั้งเดิม เพราะยุคดึกดำบรรพ์คนในดินแดนสุวรรณภูมิยังไม่มีไหว้ทักทายกัน ต่อมาราวหลัง พ.ศ. 1000 จึงรับยกมือกราบไหว้จากชมพูทวีป(อินเดีย)เข้ามาพร้อมกับพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ ฉะนั้นการกราบไหว้จึงมีเหมือนกันทั้งลาว, เขมร, พม่า เพราะรับจากอินเดียคราวเดียวกัน

ข้าวเหนียวเมล็ดป้อมเป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองดั้งเดิมของชาวสุวรรณภูมิตั้งแต่ราว 3,000 ปีมาแล้ว บรรพชนคนสุวรรณภูมิรวมทั้งบรรพชนคนไทยกินข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักมาก่อน ตั้งแต่แม่ฮ่องสอนถึงนครศรีธรรมราช, นราธิวาส

ข้าวเจ้าเป็นพันธุ์ข้าวจากชมพูทวีป(อินเดีย)แพร่หลายเข้ามาราวหลัง              พ.ศ. 1000 พร้อมศาสนา แล้วชนชั้นสูงกิน(เสวย)ข้าวเจ้าก่อน จึงเรียกข้าวของเจ้า แล้วกร่อนเหลือ ข้าวเจ้า

มีสาระสำคัญ“ชวนอ่าน”เป็นเกร็ดสั้นๆย่อๆอย่างนี้อีกมากเหลือเกิน สุดแต่ใครจะค้นหาได้ ล้วนน่าอ่าน และน่าเอาออกแบ่งปันเผยแพร่ให้อ่าน

เรื่องอย่างนี้ควรมีไว้ประจำห้องสมุดทั่วประเทศ

แต่ไม่น่าเชื่อว่า กศน. ปฏิเสธ ไม่ยินดีและไม่สนใจให้มีในห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”

แฮกนา คือ แรกนา, นาตาแฮก คือ นาตาแรก, ผีตาแฮก คือ ผีตาแรก, ฯลฯ ล้วนหมายถึง พิธีกรรมทำนาครั้งแรก เป็นนาจำลองบนพื้นที่สมมุติขนาดเล็กๆ ก่อนจะลงมือทำนาจริงๆต่อไป เป็นประเพณีชาวบ้านทั่วไปในสยามประเทศแต่โบราณหลายพันปีมาแล้ว เมื่อมีราชสำนักขึ้นภายหลังจึงรับเอาประเพณีชาวบ้านไปเป็นพระราชพิธี แรกนาขวัญ จรลพระนังคัล สืบจนทุกวันนี้

สืบพิธีตาแฮก – นายคมสัน เอกชัย ผวจ. หนองคาย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพิธีผีตาแฮก แฮกนาขวน สรรค์สร้างสามัคคี เสริมศักดิ์ศรีชาวนาไทย พัฒนาสระใครให้รุ่งเรื่อง ที่อำเภอสระใครร่วมกับ อปท. ในพื้นที่ จัดขึ้นบริเวณทุ่งนาอ่าง           หมู่ที่ 1 ต. สระใคร อ. สระใคร จ. หนองคาย เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม (ภาพและใต้ภาพจาก มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม 2553 หน้า 8)