หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่  3  พฤษภาคม  พ.ศ. 2553

นครหลวง เป็นชื่ออำเภออยู่สองฟากแม่น้ำป่าสักในอยุธยา คงได้จากชื่อ“เมืองพระนครหลวง” หรือศรียโสธรปุระในกัมพูชาที่รู้จักทุกวันนี้ว่านครธม(คำว่า“ธม”เป็นภาษาเขมร แปลว่า ใหญ่ ก็คือหลวงนั่นแหละ)

คุณขรรค์ชัย บุนปาน ผ่านไป อ. นครหลวง แล้วเขียนตัดพ้อราชการส่วนกลางและท้องถิ่น (ของดีมีอยู่ โดย ขรรค์ชัย บุนปาน ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 9-15 เมษายน 2553 หน้า 106) ว่า

“หนีไปเที่ยว อำเภอนครหลวง จังหวัดอยุธยาแวบๆ ร่ำลือกันว่า หลวงพ่อพระเจ้าทรงธรรม ที่พระเจ้าปราสาททองสร้างถวายล้างบาป ณ ตำหนักแปรพระราชฐานในวัดใหม่ประชุมพล ริมแม่น้ำป่าสัก ขลังนัก ท่านเป็นพระพิมลวรรณเก่า

ปราสาทนครหลวงจำลองเขมรมาก็ขลัง

กรมศิลปากรเคยกราบบังคมทูล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปเป็นประธานฉลอง ตอนบูรณะเสร็จ ต้นปี พ.ศ. 2538

ช่วยไปดูใหม่สักทีก็ดี 15 ปีแล้ว ไม่เคยเอาใจใส่นับแต่หลังวันฉลอง

กรมศิลปากร, จังหวัด, การท่องเที่ยว, อบต., อบจ., วัด, คมนาคม, มหาดไทย  ถ้าจะช่วยกันสร้างคุณภาพชีวิตให้คนในท้องถิ่น

นครหลวงน่าเป็นนำร่องอำเภอหนึ่ง

อย่าให้ใครมาด่าเป็นขี้ข้า เป็นไพร่ที่ปล่อยไม่ไปเลย

ลองนัดกันไปสัมผัสแล้วเอาความรู้สึกนึกคิดส่วนดีช่วยกันสร้างสรรค์ดู

เมืองไทยอาจน่าอยู่ตามสมควร”

แม่น้ำป่าสัก เป็นต้นน้ำสาขาหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา(นอกเหนือจาก ปิง, วัง, ยม, น่าน) ไหลรวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่บางกะจะ หน้าวัดพนัญเชิง อยุธยา เป็นแม่น้ำสวยงามที่สุดสายหนึ่งในสยาม ตั้งแต่ต้นน้ำในเขต จ. เลย ผ่านลงมา จ. เพชรบูรณ์, จ. ลพบุรี, จ. สระบุรี แต่มาโสโครกสุดขีดจนน้ำเน่าก็ในเขต จ. อยุธยานี่เอง โดยเฉพาะที่ อ. นครหลวง

พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาเสด็จทางชลมารค(ทางน้ำ)ทวนน้ำป่าสัก(ผ่านนครหลวง)ขึ้นไปท่าเจ้าสนุก(ไม่เคยมีเห่เรือขณะเสด็จทางชลมารคในยุคอยุธยา) แล้วเสด็จขึ้นทางสถลมารค(ทางบก)ต่อออกไปนมัสการพระพุทธบาทที่สระบุรี

เชื่อกันว่าสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง(มาจากตระกูลขุนนางอำมาตย์)ทรงสร้างปราสาทนครหลวงไว้ประทับแรมเมื่อเสด็จไปพระพุทธบาท จริงหรือไม่จริง—ไม่รู้ ฉะนั้นสองข้างลำน้ำป่าสักย่อมมีธรรมชาติและประวัติศาสตร์วิจิตรพิสดารยิ่งนัก

แต่ราชการส่วนกลาง, ส่วนภูมิภาค, และท้องถิ่น ทำลายทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ย่อยยับหมด เมื่ออนุญาตให้สร้างโรงงานแน่นขนัดสองฝั่งแม่น้ำ

วิธีคิดสามานย์อย่างนี้เคยมีก่อนแล้วเมื่อให้ตั้งโรงงานที่ทุ่งรังสิต แทนที่จะสงวนไว้ปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารหรือไม้ดอกส่งขายตะวันตก

แม่น้ำป่าสัก ไม่ได้มีแค่วัฒนธรรมนครหลวง แต่เป็นแม่น้ำเชื่อมโยงวัฒนธรรมสองฝั่งโขง ลงมาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมลุ่มน้ำเจ้าพระยา

หรือพูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่าแม่น้ำป่าสักที่ผ่าน อ. นครหลวง นี่แหละเป็นเส้นทางหนึ่งที่บรรพชนคนสองฝั่งโขงในวัฒนธรรมลาวเคลื่อนย้ายลงมาเป็น“คนไทย”เมื่อหลัง พ.ศ. 1700 แล้วเอาวัฒนธรรมลาวติดตัวมาเป็นวัฒนธรรมไทย เช่น ภาษาไทย, โองการแช่งน้ำ, ขับเสภา, ฯลฯ

รวมทั้ง“สำเหนียงหลวง”ของอยุธยาที่ตกค้างอยู่กับ“เจรจาโขน” ก็เป็นสำเนียงลาวสองฝั่งโขง

เงินทองของมายา โดย วรากรณ์ สามโกเศศ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2553 ราคา 125 บาท

หากท่านผู้อ่าน หรือลูกหลานเรียนเศรษฐศาสตร์ แล้วปวดหัวกับสมการคณิตศาสตร์ หรือรูปกราฟที่มีเส้นเคลื่อนขึ้นเคลื่อนลง  แต่ก็มีใจกว้างพอที่จะรับเศรษฐศาสตร์เข้าไว้ในหัวใจ เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และเพื่อทำให้เข้าใจสิ่งที่ปวดหัวเหล่านั้นในภาษาที่มนุษย์ปกติเขาใช้กัน

ผู้เขียนอยากเรียนว่าหนังสือเล่มนี้ น่าจะตรงกับความต้องการ