หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันศุกร์ที่  7    พฤษภาคม  พ.ศ.  2553

มากกว่า 40 ปี ที่เมืองอู่ทอง(อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) สุวรรณภูมิทวารวดี ราว 3,000 ปีมาแล้ว ถูกทิ้งร้างไว้เฉยๆ ไม่มีกิจกรรมความรู้ก้าวหน้าอะไรเลย

อาจารย์ธนิต อยู่โพธิ์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) เป็นผู้ปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งบุกเบิกปรับปรุงพัฒนาแล้วให้มีพิพิธภัณฑ์ที่เมืองอู่ทอง, พร้อมทั้งเชิญนักโบราณคดีฝรั่งเศสมาขุดค้น, ขุดแต่งทางโบราณคดี มีหนังสือรายงานวิชาการผลิตออกมาหลายเล่ม ดูคึกคักหนักแน่นดังแผ่นผา ตั้งแต่ พ.ศ. 2510

แต่หลังจากอาจารย์ธนิตเกษียณอายุราชการแล้ว เมืองอู่ทองเงียบหายไม่มีอธิบดีกรมศิลปากรคนต่อๆมาทำอะไรให้ก้าวหน้าอีก มีแต่มองข้ามความสำคัญ เพราะไม่เคยรู้พยานหลักฐานแท้จริงว่าเมืองอู่ทองมีร่องรอยพุทธศาสนาเก่าแก่กว่าเมืองนครปฐมโบราณ หรือเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้

คุณขรรค์ชัย บุนปาน เห็นความสำคัญ เพราะติดตามความรู้เรื่องเมืองอู่ทองจากนักปราชญ์ของสยามประเทศมาตลอด คือสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ แล้วยังติดตามความรู้จากนักปราชญ์ฝรั่งเศสคือ ฌอง บวสเซอลีเย่ จึงพึ่งพาเชิญชวน                 คุณบรรหาร ศิลปอาชา กับข้าราชการพ่อค้าประชาราษฎรอู่ทองและสุพรรณฯร่วมกัน“แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” ตั้งแต่ปลายปีก่อนจนต้นปีนี้  ก็ได้งานคืบหน้า มีข่าวคัดมาให้อ่านดังนี้

นายนิยม ภานุมาสวิวัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลอู่ทอง อ. อู่ทอง                    จ. สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า การขุดลอกคูเมืองอู่ทองความยาวกว่า 10 กิโลเมตร โดยกรมชลประทาน ตามโครงการเมืองอู่ทอง ทวารวดี 2000 ปี คืบหน้าไปมากกว่า 70% อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีปัญหาชาวบ้านที่ปลูกบ้านในแนวคูเมืองที่ต้องรื้อถอนออกไป แต่ยังรื้อถอนไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดหาที่ดินสร้างบ้านมั่นคงให้

แต่ที่น่าแปลกใจ คือ จนถึงขณะนี้สำนักงานที่ดินอำเภอยังไม่ตอบรับที่จะย้ายไปอยู่ที่อาคารสำนักงานการไฟฟ้าภูมิภาค(กฟผ.) ดื้อดึงที่จะให้สร้างสำนักงานให้ใหม่ วงเงิน 17 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้

นายภิภพ บุญธรรม นายอำเภออู่ทอง กล่าวว่าเห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะเป็นโครงการอนุรักษ์เมืองเก่า ทำให้อู่ทองเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อีกแห่งของจังหวัด เป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาของชาวอู่ทอง สำหรับปัญหาเรื่องที่ดินอำเภอนั้น น่าจะเข้าใจวัตถุประสงค์ มองเห็นความสำคัญของโครงการ และให้ความร่วมมือเพื่อหน้าตาของชาวอู่ทอง (มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2553 หน้า 8)

ใช้เวลาไม่กี่เดือน ขุดลอกคูเมืองอู่ทองได้ 70% ต้องยกย่องอย่างวิเศษสุดๆแล้ว เพราะราว 40 ปีที่ผ่านมา กรมศิลปากรไม่ขยับสักเปอร์เซ็นต์เดียว

เมืองอู่ทองมีความเป็นมาเก่ากว่ายุคทวารวดี (มีพยานหลักฐานอยู่ในพิพิธภัณฑ์อู่ทอง และที่ดอนตาเพชร กาญจนบุรี) ควรเรียกเมืองอู่ทองสุวรรณภูมิ 2,500 ปี หรือ 3,000 ปีก็ได้ ส่วนยุคทวารวดีมีอายุเก่าสุดราว พ.ศ. 1000 ประมาณ 1,500 ปีมาแล้วเท่านั้น

ถ้าจะให้ดีก็เรียกควบไปเลยว่าเมืองอู่ทอง สุวรรณภูมิทวารวดี 3,000 ปีมาแล้ว

อาจมีพวกนักโบราณคดี“อาณานิคม”บอกว่า“ไม่ถูก” ก็ย้อนเขาไปว่า “แต่—ไม่ผิด”

คูเมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) บริเวณหน้าสำนักงานที่ดิน มีป้ายเขียนไว้ตัวโตๆ อ่านง่ายๆว่า “รักที่ดิน รักถิ่นที่อยู่ รักอู่ทอง” ก็ต้องรักความเป็น “สุวรรณภูมิทวารวดี” ของเมืองอู่ทองอย่างสำคัญด้วย โดยช่วยกันดูแลรักษาแล้วขุดลอกคูเมืองไว้ เป็นพยานหลักฐานนับพันๆปีมาแล้ว ( รูปนี้ถ่ายเมื่อบ่ายวันที่ 20 เมษายน 2553)