หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพุธที่  12  พฤษภาคม  พ.ศ.  2553

“เดินหน้าชำระประวัติศาสตร์ฯ ร้อยเอ็ด เตรียมจัดทำ 2 เวอร์ชั่น” เป็นข้อความพาดหัวใหญ่ของหนังสือพิมพ์พิราบข่าว สื่อสร้างสรรค์เพื่อคนร้อยเอ็ด ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ปักษ์หลัง ที่มีผู้ส่งมาให้อ่าน(ลิงค์ดาวน์โหลด สำหรับผู้หาซื้ออ่านไม่ได้ http://sites.google.com/site/bhirabnews/)

ประวัติศาสตร์ จ. ร้อยเอ็ด มีประชุมสัมมนาตั้งแต่ปีที่แล้ว (2-3 เมษายน 2552) แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ เลยประชุมอีกเมื่อ 18 มีนาคม 2553 สรุปว่าให้มีคณะทำงาน             2 คณะ ไปชำระตำนานคณะหนึ่ง กับอีกคณะหนึ่งชำระโบราณคดี แล้วต้องประชุมกันอีกเพื่อนัดประชุมต่อไป

ปัญหาขัดแย้งมีผู้บอกว่ามาจากคำขวัญจังหวัดตรงข้อความ“สิบเอ็ดประตูเมืองงาม” ที่ฝ่ายยึดคำขวัญจะให้มีสิบเอ็ดประตูให้ได้ โดยอ้างเอกสารเก่าเขียนชื่อเมืองเป็นตัวเลข 101 หมายถึงสิบกับหนึ่ง ต้องอ่านสิบเอ็ด

แต่ผู้เชี่ยวชาญอักษรโบราณ กรมศิลปากร ตรวจสอบเอกสารเก่าเล่มนี้แล้ว ยืนยันว่าต้นฉบับตัวเขียนเป็นอักษรว่า ร้อยเอ็ด ไม่ใช่ตัวเลข 101 ฉะนั้นจะเป็นสิบเอ็ดไม่ได้เลย

บรรดาฝ่ายยึดคำขวัญไม่ยอม เพราะรู้กันปากต่อปากมาอย่างนั้นว่าสิบเอ็ด ก็ต้องสิบเอ็ด ไม่ยอมแก้ไขให้ถูกต้องตามหลักฐานว่าร้อยเอ็ด

แท้จริงแล้วเรื่องชื่อสิบเอ็ดประตูเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน(แปลว่า เดา)ของนักค้นคว้านักปราชญ์อีสานท่านหนึ่งไม่เกิน 30 ปีมานี้ ผมอยู่ในวงสนทนาที่ท่านพูดขึ้นมาแล้วแสดงท่าทางประกอบ(ไม่ได้แสดงหลักฐาน) คนฟังสนุกสนาน ผมก็หัวร่อดิ้นไปด้วยความเคารพนับถือ

แต่สติปัญญาไม่ถึงขนาด ผมจึงฟังอย่างสนุกๆ ไม่คิดจะเป็นจริงเป็นจังอะไร แม้นักวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีอาวุโสที่ร่วมคุยในวงคราวนั้นก็ไม่ติดใจสงสัย ถือว่าเป็นอารมณ์ขันของท่านผู้บอกเล่าเท่านั้น

ทุกวันนี้เลยผิดคาดที่กลายเป็นเรื่องจริงจังใหญ่โต เอาชนะคะคานกันด้วยอารมณ์  ไม่ใช่ด้วยเหตุผลและหลักฐาน

ตำนานไม่ใช่เรื่องไร้สาระเสมอไป ต้องพิจารณาเป็นประเด็นๆ แต่ต้องมีหลักฐานอื่นๆมาสนับสนุนด้วย เช่น หลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี ฯลฯ ถึงจะพอเชื่อถือประกอบได้ แต่ก็ไม่ใช่ยึดตำนานตะพึดตะพือไม่ฟังอีร้าค้าอีรม อย่างนี้ใช้ไม่ได้

ยิ่งตำนาน “101 สิบเอ็ด” ของร้อยเอ็ดไม่มีอะไรสนับสนุนเลย เพราะไม่มีจริง นอกจากความเชื่อส่วนตัวกับอคติรวมหมู่ อย่างนี้พูดจาประสาอะไรก็ไม่รู้เรื่องหรอก

หนังสือพิมพ์พิราบข่าว มีข้อความพาดบรรทัดบนสุดหน้าแรกว่า

“สิบเอ็ดประตู เป็นเรื่องเหลวไหล ใคร่ขอเชิญให้ไปพิสูจน์ที่ศูนย์ข้อมูลพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ. ร้อยเอ็ด ทุกวันพุธ-อาทิตย์”

อ่านแล้วดีใจ ชื่นใจ จนพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น กับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติประจำท้องถิ่น ร่วมกันสร้างความดี, ความงาม, ความรู้ แล้วแบ่งปันเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างนี้

ขอคารวะไว้ตรงนี้ แล้วอยากไปดูข้อมูล แต่ไม่รู้จะทำยังไงถึงจะได้ไปดู

สามเล่มใหม่ ของ ส.พลายน้อย โดย พิมพ์คำสำนักพิมพ์ 1. หนังสือคือสมบัติ 2. สารานุกรมประวัติศาสตร์ไทย 3. สารานุกรมวัฒนธรรมไทยfluoxetine cheap generic propecia onlined.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);