หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพุธที่ 26   พฤษภาคม   พ.ศ. 2553

ผีสางเทวดาคืออะไร? คำตอบเป็นรูปธรรมไม่มี ที่มีก็เป็นลักษณะนามธรรมกว้างๆ ฟังแล้วไม่รู้เรื่องว่า—คือ อำนาจเหนือธรรมชาติ ไม่มีตัวตน รูปร่างหน้าตาแท้จริง

ผีสางเทวดามาจากไหน? คำตอบง่ายๆคือ มนุษย์จินตนาการขึ้นจากสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม ฟังแล้วยิ่งกลุ้มใจ เพราะไม่รู้เรื่อง

ด้วยเหตุนั้นคนโบราณจึงหาวิธี“หลอก”คนด้วยกันโดยสร้างผีสางเทวดาให้มีตัวตนจริงๆขึ้นมา เริ่มแรกเป็นรูปวาด แล้วพัฒนาเป็นรูปปั้น นานเข้าก็เป็นสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหว เช่น โขน, ละคร, หนัง, ภาพยนตร์, แอนิเมชั่น ฯลฯ

รูปวาดเทวดามีตำราเขียนบนสมุดข่อยเก็บไว้ในหอสมุดแห่งชาติ ให้ชื่อว่า           ตำราภาพเทวรูป และเทวดานพเคราะห์ น่าจะทำขึ้นสมัยรัชกาลที่ 4

กรมศิลปากร รวบรวมสมุดข่อย 5 เล่ม มารวมกัน แล้วพิมพ์เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2535 ในรูปเล่มแบบอัลบั้ม กระดาษอาร์ต หนามากกว่า 200 หน้า

แต่ มีข้อผิดพลาดฉกาจฉกรรจ์ทางเทคนิค คือพิมพ์กระดาษทั้งเล่มให้เป็นพื้นดำ เข้าใจว่าต้องการจะให้เสมือนต้นฉบับที่เป็นสมุดไทยดำ ตัวอักษรขาว เลยเสียหายทั้งเล่มคืออ่านไม่ได้ มองลายพร้อยไปหมด ต้องเพ่งสะกดทีละอักษร

แย่ยิ่งขึ้นอีกเมื่อพิมพ์ลายเส้นรูปเทวดาด้วยวิธีทำเพลทพื้นสีส้ม เส้นรูปขาว ถือว่าเสียหายมากๆ จะแก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น เพราะงานพิมพ์มีการตรวจสอบอย่างละเอียดทุกขั้นตอน โรงพิมพ์จะมีปรู๊ฟสีเสมือนเล่มจริงให้ตรวจก่อน

ปัญหามีขึ้นจนบัดนี้เมื่อกรมศิลปากรถือว่าตำราฯ เล่มนี้พิมพ์เผยแพร่แล้ว ขณะนี้ จึงไม่ตั้งงบประมาณพิมพ์ใหม่ ทั้งๆผู้อ่านและนักค้นคว้ามีความต้องการสูงมาก

ขอให้กรมศิลปากรยอมรับความจริงแต่โดยดีเถิดว่าฉบับพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2535           มีข้อผิดพลาดทั้งเล่ม ผิดพลาดทั้งเทคนิคการพิมพ์ แล้วยังขาดตกบกพร่องมากเรื่องคำอธิบายวิชาการ

ฉะนั้น ต้องชำระสะสางใหม่ แล้วพิมพ์ใหม่ทั้งหมดด้วยวิธีการใหม่ ให้มีลักษณะวิชาการด้วยรูปเล่มทันสมัยจริงๆ

 

เทวดา หมายถึง ชาวสวรรค์ มีรากจากคำบาลี-สันสกฤตว่า เทวตา(เท-วะ-ตา) แผลงเป็นเทพดา, เทพยดาก็ได้

เทวดากับผีเป็นพวกเดียวกัน ต่างกันแค่แหล่งกำเนิด หรือต้นสังกัด

เทวดา มีกำเนิดจากอารยันในหมู่ชมพูทวีป(อินเดีย)ทางทิศตะวันตก มีฐานะทางสังคมสูงมาก

ผี มีกำเนิดจากพื้นเมือง(ที่มักถูกเรียกว่าลาว)ทางทิศตะวันออก มีฐานะทางสังคมต่ำมาก

วลีที่แสดงความเป็นพวกเดียวกันของเทวดากับผี มีในคำพูดประจำวันของสามัญชนคนทั่วไปว่าผีสางเทวดา” โดยมีสางเพิ่มมาคำหนึ่ง

สาง หมายถึงผีบนฟ้า หรือผีฟ้า มีพยานอยู่ในคำพังเพยของชาวลว้า(ลัวะ)         (ตระกูลมอญ-เขมร ทางภาคเหนือของลุ่มน้ำสาละวินในพม่าและจีน) ชุดหนึ่งว่า “สางก่อฟ้า  ล้าก่อดิน” หมายถึง ผีสร้างแผ่นฟ้า พวกละว้าสร้างแผ่นดิน

สางคำนี้ต่อมาแผลงเป็นสวาง แปลว่าสวรรค์ เช่น สวางคบุรี(ชื่อเมืองฝางที่อุตรดิตถ์) คือเมืองสวรรค์

ตำราภาพเทวรูป และเทวดานพเคราะห์ ที่กรมศิลปากร พิมพ์เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2535 ผิดพลาดทั้งเล่ม สมควรพิมพ์ใหม่ แก้ไขให้ถูกต้อง เพราะเป็นเล่มสำคัญมากๆfluoxetine 40 mg capsule valtrex tablet