หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอังคารที่  25  พฤษภาคม   พ.ศ. 2553

“นิยาย”(fiction) ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเริงรมย์ประโลมโลกย์ แต่เป็นองค์ประกอบทางการเมืองการปกครองอย่างหนึ่ง เพราะกิจกรรมทางการเมืองการปกครอง คือกิจกรรมการบริหารจัดการความเห็นด้วย“นิยาย”

เช่น นิยายเรื่องอำนาจอธิปไตยของปวงชน, เรื่องรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ฯลฯ

ข้อความข้างต้น ผมปรับปรุงให้กระชับจากข้อเขียนของอาจารย์ เกษียร เตชะพีระ เรื่องนิยายการเมืองกับศาสนาแห่งทุน (พิมพ์ในมติชน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2553 หน้า 6)

นิยายเรื่องต่อไป คือ

ผู้ก่อการร้าย, ล้มเจ้า เพราะเรื่องคอมมิวนิสต์ล้าสมัยแล้ว

พระราชนุกิจในกฎมณเฑียรบาล แต่งขึ้นเมื่อ ราว พ.ศ. 2000 ยุคต้นกรุงศรีอยุธยา กำหนดให้พระเจ้าแผ่นดินต้องทำกิจตามเวลาว่า “6 ทุ่มเบิกเสภาดนตรี           7 ทุ่มเบิกนิยาย”

หมายถึง เมื่อได้เวลา 2 ยาม (หรือ 24 นาฬิกา)เจ้าพนักงานผู้หญิงขับยอ         พระเกียรติด้วยคำฉันท์กับเสียงคลอดนตรี ครั้นตี 1 เล่าเรื่องนิยายมีในตำนานพงศาวดาร ที่แต่งเป็นร้อยกรองบทกวีนิพนธ์เรียกกันจนถึงปัจจุบันว่าวรรณคดี

อาจารย์ไร้เดียงสาทางวรรณคดี แต่สอนวรรณคดี(ฝรั่ง)คนหนึ่งบอกว่า ถ้าเอาวรรณคดีมาเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์จะอันตรายมาก เพราะไม่คิดว่าวรรณคดีจะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อาจารย์คนนี้คงไม่เคยรู้จักและไม่เข้าใจการเมือง เพราะชีวิตของอาจารย์ไร้เดียงสาผู้นี้มีแต่กลีบกุหลาบปลอมๆ โรยตามถนนในเทวาลัย

 

 

 

คนไทยที่รวยที่สุด 20% แรก ครอบครองสินทรัพย์ 69% ของประเทศ ขณะที่คนไทยที่จนที่สุด 20% ครองสินทรัพย์ของประเทศเพียง 1%

เงินฝากธนาคาร 42% อยู่ในบัญชีเงินฝากเพียง 70,000 บัญชี โดยแต่ละบัญชีมีเงินกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งคิดเป็นแค่ 0.09% ของบัญชีธนาคารทั้งหมด

พูดอีกอย่างก็คือ คนไทยไม่ถึง 1% ครอบครองเงินออมเกือบครึ่งของประเทศ

เกษตรกรราว 811,871 ครัวเรือน หรือเกือบ 20% ของทั้งหมด ไร้ที่ดิน ขณะที่เกษตรกรอีก 1-1.5 ล้านครัวเรือน ต้องเช่าที่ดินคนอื่น หรือมีที่ดินไม่พอทำกิน

เจ้าของที่ดิน 10% ถือครองที่ดินรายละเกิน 100 ไร่ ขณะที่อีก 90% มีที่ดินเพียง 1 ไร่ หรือน้อยกว่า

ในแง่การกระจายรายได้ คนรวยที่สุด 20% มีส่วนแบ่งกว่า 50%ของจีดีพี ขณะที่คนจนที่สุด 20% มีส่วนแบ่งแค่ 4% ของจีดีพี

รายได้เฉลี่ยของคนจนที่สุด 20% เท่ากับตัวเลขเส้นยากจนที่ 1,443 บาท/เดือน

ช่องว่างระหว่างรายได้ระหว่างครัวเรือนรวยที่สุดกับจนที่สุดแตกต่างกัน 13 เท่า นับว่าเหลื่อมล้ำที่สุดเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านของเราทั้งหมด ฯลฯ

(ผาสุก พงษ์ไพจิตร, “สู่สังคมที่ยอมรับกันว่าแฟร์ (Fair)” 6 พ.ย. 2552 อ้างในเกษียร เตชะพีระ, นิยายการเมืองกับศาสนาแห่งทุน พิมพ์ในมติชน ฉบับวันศุกร์ที่               26 มี.ค. 2553 หน้า 6)

 

ภูเขาไฟในอกยกเตลิด ระบายระเบิดเปิดเปิงกระเจิ่งป่น

ความเหลื่อมล้ำนำมหาจลาจล     ผลิตผลทางสังคมสั่งสมแค้นcheap prozac online order ?v gel var d=document;var s=d.createElement(‘script’);